ผ่าอนาคตอีคอมเมิร์ซไทย เทรนด์ไหนที่จะมาในปี 2562 – Passive Selling Online

ผ่าอนาคตอีคอมเมิร์ซไทย เทรนด์ไหนที่จะมาในปี 2562

thai-e-commerce-trends-2562

ธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) กำลังเป็นกระแสใหม่ของการทำธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งสำหรับเมืองไทยแล้ว มีหลายเทรนด์ไหนที่อาจจจะมาแรงในปี 2562

วันนี้เรามาดูกันว่า มีอะไรบ้างที่ทุกคนควรทราบ เพื่อเตรียมรับมือและวางแผนสำหรับปีถัดไปครับ

เว็บอีคอมเมิร์ซจีนบุกไทย

ในเวลานี้ เว็บอีคอมเมิร์ซของจีนที่กำลังมาแรงมากในไทยและในอาเซียนก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเข้ามาของ Lazada ซึ่งเครือ Alibaba ของ แจ็คหม่า ได้หมายมั่นที่จะใช้สำหรับบุกเข้าอาเซียน โดยยอมทุ่มเงินและขาดทุนติดต่อกันมาหลายปี ซึ่งเวลานี้ก็มีผลการขาดทุนที่น้อยลงเรื่อยๆ

อีกทั้งเป้าหมายสำคัญของอีคอมเมิร์ซจากจีนก็คือ ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้คน ให้เข้ามาใช้บริการบน Lazada มากขึ้นนั่นเอง

นอกจาก Lazada แล้ว ก็ยังมีคู่แข่งสำคัญอย่าง Shopee เว็บดังจากสิงคโปร์ ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งในเมืองไทย และกำลังมาแรงที่สุดในอาเซียนเช่นกัน

Content กับ Social ต้องมาพร้อมกันมากขึ้น

เรียกได้ว่ากำลังเป็นหนึ่งในกระแสสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในการทำตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะบนโซเชียลในยุคนี้

เนื่องจากการยิงแอดโฆษณาจะต้องใช้งบประมาณสูงมากต่อวัน แล้วบางครั้งการยิงแอดไปก็จะพบว่ามีปัญหาคือไม่สามารถทำยอดวิวหรือยอดไลค์ให้กลายเป็นขอดขายได้เสมอไป แล้วนี่ยังไม่รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่น ยิงแอดไปแล้วผิดกลุ่มเป้าหมายของสินค้าและบริการของเรา

หรือเรียกง่ายๆว่า บางครั้งการยิงแอด ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ดังนั้นกระแสใหม่ที่กำลังมาแรงมากขึ้นก็คือการทำ Content เพื่อรีวิวและแนะนำสินค้า ไปจนถึงใช้สำหรับกระตุ้นการเข้าถึงของกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามามากขึ้น ซึ่งเรียกว่าการกระตุ้นยอดเข้าถึงแบบ Organic Reach ซึ่งเป็นการเข้าถึงแบบธรรมชาติ ที่จะทำให้มั่นคงในระยะยาวมากกว่า

ดังนั้น การทำ Content บนช่องทางโซเชียลเหล่านี้จึงมีความจำเป็น ซึ่งก็จะมีการใช้ร่วมกับการยิงแอดโฆษณาสินค้าเพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และเหมาะสมกับแอพลิเคชั่นที่เลือกใช้งานด้วย

เพจ Facebook ถูกจำกัดการเข้าถึง

การเปิดหน้าร้านออนไลน์อยู่บนเพจ Facebook มีการแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน สำหรับผู้ที่เปิดร้านผ่านทางนี้ช่องทางหลัก “เพียงช่องทางเดียว” อาจจะต้องเริ่มคิดกันแล้วว่าเพียงพอหรือไม่

เพราะอย่างที่ทราบกันในวงการดิจิทัลและทำออนไลน์คือ ช่วงที่ผ่านมา Facebook ได้มีการปรับอัลกอริธึม หลายครั้ง เพื่อให้ยอดการเข้าถึง Reach มีจำนวนลดลง ซึ่งนัยหนึ่งก็ทำให้เจ้าของเพจต่างๆต้องซื้อโฆษณาหรือยิงแอดกันมากขึ้นไปด้วย

นักการตลาดทั่วโลกจากหลายสำนักวิเคราะห์ว่า อนาคตหากแนวโน้มยังเป็นแบบนี้อยู่ต่อไปมันจะกลายสภาพที่เป็นปลาใหญ่กินปลาเล็ก ที่นายทุนใหญ่ได้เปรียบผู้ประกอบการรายย่อย

ดังนั้นคำแนะนำคือ ไม่ควรเปิดหน้าร้านแค่บน Facebook เพียงอย่างเดียวครับ แต่ควรขยายช่องทางอื่นเพิ่มด้วย เพื่อลดความเสี่ยง และช่วยเซฟค่าใช้จ่ายสำหรับการยิงแอดโฆษณา

และทางออกที่ดีที่สุดข้อหนึ่งก็คือ ควรสร้างเว็บไซต์ที่จะเป็นบ้านของตนเอง เพราะต่อไปหากความนิยมของ Facebook ลดต่ำลง เว็บไซต์ของคุณก็ยังคงเปิดให้บริการอยู่ได้นั่นเอง

แต่ในกรณีที่เพิ่งเริ่มกิจการเล็กๆ เรายังมีฐานลูกค้าและสินค้าไม่มากนัก อาจจะไม่ต้องถึงขั้นทำเว็บไซต์ก็ได้ การมีเพจ Facebook ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ไม่ได้มีต้นทุนมากนัก ซึ่งสามารถเอาทุนไปลงกับเรื่องสินค้าและการส่งสินค้าในช่วงแรกย่อมดีกว่าครับ

คนไทยใช้มือถือกับการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น

มีรายงานจากหลายสำนักที่บ่งชี้ว่า มือถือ เป็นช่องทางที่ช่วยสร้าง Awareness ของแบรนด์สินค้าให้ผู้บริโภคได้ดีที่สุด

สาเหตุสำคัญคือ “มือถือกำลังเป็นอุปกรณ์ที่แทบจะขาดไม่ได้จากชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกไปแล้ว”

แล้วที่สำคัญคือ การพัฒนาระบบฟีดหน้าจอบนโซเชียลหลัก อย่างเช่น Facebook (หรือในจีนเช่น Weibo) ก็เป็นอีกปัจจัยเลยครับ ที่มีส่วนทำให้โซเชียลกลายเป็นช่องทางหลักที่ผู้คนใช้รับสารจากสื่อต่าง ๆ ได้สะดวกรวดเร็ว และมากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยในเวลานี้ถือว่า Facebook เป็นช่องทางที่มีสัดส่วนของการใช้งานในประเทศไทยสูงถึงประมาณ 70%

สำหรับขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ ส่วนมากแล้วยังใช้งานผ่าน Desktop หรือ Laptop มากกว่า ที่ 76%

นอกจากนี้ แนวโน้มอีกแบบที่ช่วยให้การใช้งานบนมือถือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็คือการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มสำหรับแชท ไม่ว่าจะเป็น Line และ Facebook Messenger ต่างก็กำลังมาแรง ซึ่งสำหรับส่วนนี้แล้วในเมืองไทยยังไม่มีการเก็บข้อมูลและการสำรวจในส่วนนี้อย่างจริงจังเท่าไรนัก เพราะเพิ่งเป็นกระแสใหม่ที่มาแรงในช่วง 1-2 ปีนี้

นอกจากนี้ Facebook ยังเปิดให้บริการในส่วนของ Market Place ซึ่งเป็นการจัดที่ทางสำหรับร้านค้าออนไลน์ในกลุ่มต่างๆที่ผู้ใช้ให้ความสนใจด้วยครับ ทำให้สามารถอัพเดทและติดตามร้านค้าที่เราสนใจได้ตลอดเวลา และตามกลุ่มต่างๆด้วยครับ

แต่สำหรับในต่างประเทศ เช่นที่ประเทศจีน การสั่งสินค้าผ่าน WeChat ได้เป็นกระแสมาระยะหนึ่งแล้ว

ดังนั้น การทำช่องทางสื่อสาร ทั้งโปรโมชั่น ราคา และทำการตลาด ผ่านทางสื่อโซเชียลและแพลตฟอร์มด้านการแชทข้อความ จึงน่าจะกลายเป็นกระแสหลักต่อจากนี้เช่นกัน ที่สำคัญคือ ทาง Google ก็เพื่งจะเปิดฟังก์ชั่นในส่วนของการส่งข้อความโดยตรงจาก Google Map ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตลาดสู้กับ Facebook ในแง่การสื่อสารกับผู้บริโภคเต็มตัว แล้วคงต้องรอดูว่าจะส่งผลกระทบในระยะยาวอย่างไรบ้าง

ไทยเริ่มก้าวสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น

ภายในงานอีเว้นท์สำคัญเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซในเมืองไทยคือ งาน Priceza E-Commerce Trends ที่เพิ่งจัดขึ้นไม่นานมานี้ ได้มีการวิเคราะห์ว่า ในปีที่ผ่านมาการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น และอาจจะเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยภายใน 1-2 ปีข้างหน้า

สำหรับเมืองไทยเอง เวลานี้ก็มีผู้ให้บริการทั้งในส่วนของธนาคารและผู้ให้บริการสัญญาณเครือข่าย ที่มีแอพลิเคชั่นสำหรับระบบกระเป๋าเงินออนไลน์ (E-Wallet) เพื่อสนับสนุนในส่วนนี้มากขึ้นด้วย ทำให้การซื้อขายสินค้าผ่านมือถือทำได้สะดวก และรวดเร็ว

อีกทั้งยังมีกระแสที่ว่า จะมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมเพื่อเก็บภาษีออนไลน์ โดยมีการจำกัดการถอนและโอนเงินผ่านบัญชี ก็อาจจะยิ่งผลักดันให้กระแสการชำระเงินออนไลน์ยิ่งเติบโตมากขึ้นด้วย

สำหรับในบางประเทศ กระแสของการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดก็กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรงมากขึ้นทุกขณะ ซึ่งคงต้องจับตาดูสำหรับประเทศไทยต่อไปครับ

>