Category Archives for "บทความ เทคโนโลยี"

M-Commerce ตั้งหลักออนไลน์ กับเทรนด์ของธุรกิจบนมือถือ

m commerce

กลับมาอีกครั้งกับตั้งหลักออนไลน์ครับ วันนี้เราอยากจะมาคุยกันถึงเทรนด์ใหม่ของการทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ หรือที่เรียกว่า M-Commerce (Mobile Commerce)

วันนี้เราจะมาแนะนำเบื้องต้นว่า มีอะไรที่เราควรทราบบ้าง และทำไมเราจึงไม่ควรตกขบวน

M – Commerce คืออะไร

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ E-Commerce กำลังเป็นช่องทางค้าปลีกทางออนไลน์ที่สำคัญ ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนเองก็เริ่มให้ความสนใจและรู้จักเรื่องของ E-Commerce กันในหลายมิติมากขึ้นแล้ว

แต่วันนี้ ตั้งหลักออนไลน์ของเรา ก็อยากแนะนำสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับอนาคตของการตลาดทั่วโลกครับ เพราะทุกวันนี้พวกเราก็ใช้งานกันอยู่แล้วโดยที่ไม่รู้ตัว และก็มีแนวโน้มที่จะใช้งานมากขึ้นด้วย

นั่นคือ M-Commerce (Mobile Commerce)

หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้วมันคืออะไร

เชื่อหรือไม่ว่า ที่จริงแล้วทุกวันนี้หลายท่านต่างก็ใช้งานเจ้าสิ่งนี้กันอยู่แล้วครับ เรียกง่าย ๆ ว่า มันคือการที่เราทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็ครอบคลุมไปถึงการซื้อขายสินค้าด้วยระบบ E-Commerce เช่นกันครับ เพียงแต่เป็นการใช้ผ่านทางมือถือนั่นเอง

ในปัจจุบัน M-Commerce กำลังกลายเป็นรูปแบบของอีคอมเมิร์ซที่กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ ซึ่งต่อไปเชื่อว่าจะได้ยินคำนี้ตามสื่อโซเชียลและในหนังสือด้านการตลาดออนไลน์มากขึ้นไปด้วยครับ

 

ทำไมถึงได้รับความนิยม

“เพราะคนเราใช้มือถือกันมากขึ้น”

เรียกง่าย ๆ ว่า มือถือกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่เราแทบจะขาดกันไม่ได้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นในเมื่อมีอุปสงค์และอุปทานมากขึ้น ก็ทำให้นักลงทุน และผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับช่องทางเหล่านี้เพิ่มขึ้นครับ

 

ระบบขนส่ง Logistics ที่ก้าวหน้ามากขึ้น

ก็ในเมื่อระบบขนส่งในปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็ว และการเชื่อมต่อระหว่างการสั่งซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้เชื่อมเข้ากับระบบ Logistics อีกทั้งธุรกิจทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ก็เข้ามาเล่นในพื้นที่นี้กันมากขึ้น

แล้วปัจจัยสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายก็อาจจะถูกกว่าการที่คุณต้องเสียเวลาขับรถออกไปหาซื้อเองด้วยครับ

รูปแบบที่สะดวก เข้ากับไลพ์สไตล์

การสั่งซื้อสินค้าบนมือถือ ผ่านแพลตฟอร์มชื่อดัง เช่น Lazada Shopee หรือร้านค้าบนโซเชียลมีเดีย ทางเพจ Facebook และตามเว็บไซต์ค้าปลีกต่าง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ไม่เพียงแค่วัยรุ่น แต่ผู้สูงอายุก็สามารถใช้งานได้สะดวก เพียงแค่คลิกในสิ่งที่ต้องการซื้อ แล้วมีการเปิดบัญชีไว้แล้วเท่านั้น ก็สามารถรับสินค้าจากที่บ้านได้เลย

นอกจากนี้ การทำธุรกรรมของ M-Commerce ยังมีการพัฒนารูปแบบที่ทำให้ใช้งานได้ง่าย สะดวกและไม่ยุ่งยากเท่ากับ E-Commerce โดยทั่วไป เพราะบางครั้งคุณสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทาง Line หรือ เพจ Facebook และร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ได้ แค่กดเลือกและสั่งสินค้าที่ต้องการก็พอ

 

แนวโน้มในอนาคต

ปัจจุบัน อุปกรณ์มือถือที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆตามการแข่งขันจากบริษัทดังๆในโลก และการเก็บข้อมูล Big Data ที่มีบริษัทหลายแห่งทั่วโลกเริ่มมีการใช้งานมากขึ้นเพื่อหาความต้องการของผู้บริโภคให้ตรงประเด็นมากขึ้น ก็ส่งผลทำให้ M- Commerce กลายเป็นรูปแบบใหม่ที่มาแรงในเวลานี้ รวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เมื่อใช้งานครั้งหนึ่งแล้วได้ผลพอใจ ก็มีแนวโน้มที่จะใช้ต่อ

อีกทั้งในเวลานี้ “แทบทุกคนล้วนมีมือถือใช้งาน” นั่นแปลว่าการรับสาร ข้อมูล และ Content ต่างๆจะเป็นการรับผ่านทางมือถือไปด้วย

นั่นหมายความว่า นี่คือโอกาสในการขายและนำเสนอสินค้าไปด้วยเช่นกันครับ

สำหรับรายละเอียดอื่น จะนำเสนอในโอกาสต่อไปครับ

=============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้ 

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @)

พฤษภาคม 9, 2019

A.I. กำลังจะทำงานแทนคนจริงหรือ อาชีพไหนต้องปรับตัวบ้าง

ai-business-future

ทางทีมงานตั้งหลักออนไลน์มีความสนใจในประเด็นนี้มาก เพราะจากที่เคยเป็นเรื่องไกลตัวในชีวิตของเราทุกคน แต่ปรากฏว่าภายในเวลาแค่ไม่กี่ปี หุ่นยนต์ หรือ A.I. (ปัญญาประดิษฐ์) ก็กำลังเข้ามาทำงานแทนที่คนมากขึ้นทุกที แถมยังเข้ามาในสายอาชีพที่ใกล้ตัวพวกเราทุกคนมากขึ้นด้วยครับ

คำถามสำคัญคือ แล้ว A.I. จะเข้ามาแทนที่คนได้จริงหรือไม่ ถ้าเช่นนั้นแล้วเราต้องปรับตัวอะไรบ้าง

เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าเราไม่ปรับตัว คนที่จะลำบาก ไม่ใช่แค่คนรุ่นเรานะครับ แต่คือลูกหลานของเรา เด็กรุ่นใหม่ ที่แม้ว่าจะเรียนจบออกมาแล้วก็อาจจะไม่มีงานหรือพบว่าสายอาชีพที่เขาร่ำเรียนมา มันมีการแข่งขันสูงจนไม่สามารถจะเติบโตได้ง่าย ๆ

ทางตั้งหลักออนไลน์เองก็ได้ทำการสำรวจประเด็นนี้ทั้งในแง่สายอาชีพที่เกี่ยวข้อง และความเคลื่อนไหวด้านเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ พบว่ามีความสนใจมากครับ เพราะเราอาจจะไม่ทราบมาก่อนเลยว่า ที่จริงแล้วในหลายวงการและสาขาอาชีพ ได้มีการนำ A.I. มาใช้ประโยชน์เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่อยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับการทำงานจริงในหลายมิติ และขยายออกไปในอนาคต

ดังนั้นเรื่องที่ว่า หุ่นยนต์ หรือ A.I. จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในอนาคตนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้วครับโดยเฉพาะในปี 2018 ที่ผ่านมา เราจะได้ยินข่าวว่า องค์กรใหญ่บางแห่งเริ่มมีการลดการจ้างงานและปลดคนงานออกครั้งใหญ่แล้ว

แน่นอนว่า หลายคนกำลังมีความกังวลในเรื่องนี้ แต่ก่อนอื่นเราคงต้องตระหนักว่านวัตกรรมเทคโนโลยีด้าน A.I. เป็นสิ่งที่จะต้องเข้ามาในสังคมโลกมากขึ้นแน่นอน ดังนั้นเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะสังคมโลกจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เหมือนในยุคก่อนคงไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตและทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้บนมือถือเพียงแค่เครื่องเดียว ก็ทำอะไรได้แทบจะทุกเรื่องแล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องปกติ

แต่ก็ไม่ได้แปลว่า จะเข้ามาแทนที่ทั้งหมดครับ เพราะในส่วนของการทำงานและการตัดสินใจที่ต้องการความสลับซับซ้อน และละเอียดอ่อน ไปจนถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ก็ยังต้องอาศัยความสามารถของมนุษย์ในการทำงานเป็นหลัก เพียงแต่ A.I. จะเข้ามาช่วยลดความยุ่งยากของขั้นตอนในกระบวนการผลิตและการทำงานบางอย่าง รวมถึงเพิ่มศักยภาพในวงกว้างมากขึ้น

สำหรับตั้งหลักออนไลน์ เราจะโฟกัสที่การทำตลาดออนไลน์ และ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นด้านที่ A.I. ได้เข้ามามีบทบาทโดยตรง ดังนั้นเราลองมาดูว่าอาชีพไหนบ้างที่ต้องปรับตัว และ A.I จะเข้ามาแทนที่แรงงานคนอย่างไรบ้างครับ

ร้านค้าปลีก

เป็นช่องทางที่ได้รับผลกระทบมาก ถ้าหากว่าคุณไม่ใช่ Chain Store รายใหญ่ ซึ่งเวลานี้ร้านโชห่วยแบบดั้งเดิมแทบจะไม่เห็นแล้ว นอกจากนี้ธุรกิจค้าปลีกบางแห่งก็เริ่มเปลี่ยนพื้นที่ไปลงบนโซเชียลและอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายหน้าร้าน ค่าเช่าที่ ค่าจ้างคนงาน และยังสามารถเปิดบริการจัดส่งสินค้าได้เมื่อสั่งออนไลน์ด้วย เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันแบบ B2C ซึ่งรับรองได้เลยว่า กระแสนี้จะเติบโตอย่างมากภายใน 4-5 ปีต่อจากนี้

แรงงานในภาคอุตสาหกรรม และสายการผลิต

เนื่องจากทุกวันนี้ หลายโรงงานขนาดใหญ่ทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับเครื่องจักรกล และการใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตมากขึ้น หน้าที่หลักของคนจึงกลายเป็นผู้ดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องจักรไปแทน สำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จึงมีแนวโน้มที่จะปลดแรงงานการผลิตออก แต่สำหรับอุตสาหกรรมขนาดย่อม และขนาดกลาง ก็ยังจำเป็นต้องใช้แรงงานคนอยู่

พนักงานเก็บเงิน แคชเชียร์

เรียกว่ามีผลกระทบที่ชัดเจนมาอีกหนึ่งสายอาชีพ เนื่องจากเวลานี้ในบางประเทศเช่น จีน ได้เริ่มให้บริการซุปเปอร์มาร์เก็ตแบบไร้เงินสดเรียบร้อยแล้ว เช่นที่ Hema Supermarket ในเครืออาลีบาบา ที่เราสามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อของได้ โดยไม่ต้องพกเงินสด แล้วใช้การสแกนผ่านมือถือด้วยแอพ Alipay ก็สามารถจ่ายเงินได้เลย

สื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร

เป็นสายอาชีพที่ใกล้ตายไปทุกขณะ แม้ว่าในส่วนของหนังสือเล่ม จะยังมีแนวโน้มที่ไปต่อได้ แต่หนังสือพิมพ์และนิตยสาร กำลังถูกพอร์ตมาขึ้นบนสื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น รวมถึงการเสพข้อมูลของคนเราก็ใช้งานบนมือถือเป็นหลัก และมีแนวโน้มที่การดูโทรทัศน์ก็จะลดลงไปด้วย เพราะสามารถจะกลับไปดูย้อนหลังผ่านยูทูปหรือทีวีออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตได้แทน

แต่สำหรับอุปกรณ์การอ่านอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะยังไม่ถึงขั้นแทนที่การอ่านแบบดั้งเดิมได้มากนัก

เอเจนซี่ นายหน้าทัวร์

ตัวอย่างเช่น การใช้เว็บไซต์รีวิวสำหรับการท่องเที่ยว จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ มีตัวอย่างน่าสนใจกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาในไทยเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา เพิ่มจำนวนขึ้น แต่ในส่วนของกรุ๊ปทัวร์กลับลดลง และก็มีแนวโน้มจะลดลงในปีถัดไป ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่นอกเหนือจากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวแล้ว ยังมีในแง่ที่นักท่องเที่ยวใช้บริการของเอเจนซี่น้อยลง แต่มาหาข้อมูลการท่องเที่ยวจากเว็บไซต์เองมากขึ้นด้วย

ที่จริงแล้วยังมีอีกหลายสาขาอาชีพที่จะได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งเราจะได้นำข้อมูลมานำเสนอในโอกาสหน้าครับ

เจาะ 5 ปัญหา ยิงแอดโฆษณาบน Facebook แต่ยังไม่รุ่ง

5-problems-facebook-ads

เชื่อเหลือเกินว่า เวลานี้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เปิดร้านขายของบนเพจ Facebook คงพบปัญหานี้กันอย่างมากครับ เพราะหลังจาก Facebook มีการปรับระบบการเข้าถึง หรือยอด Reach ลดลงอีกครั้ง ซึ่งก็ส่งผลกระทบอย่างแรง เพราะทำให้การเปิดเพจเพื่อขายของออนไลน์กำลังพบอุปสรรคมากขึ้น โดยผลกระทบที่ว่าก็คือ “ทำให้คนมองเห็นร้านน้อยลง” และที่หนักเลยก็คือ ทั้งที่เราก็จ่ายค่ายิงแอดโฆษณาไปเท่าเดิม (หรืออาจจะมากขึ้นด้วยซ้ำ) คนก็เห็นน้อยอยู่ดี

ดังนั้นวันนี้เรามาเจาะ 5 ปัญหาที่พบบ่อยจากการยิงแอดโฆษณาบน Facebook แล้วไม่สามารถทำให้เกิดยอดขายหรือยิงแอดไปตรงกลุ่มเป้าหมายได้ว่ามาจากสาเหตุอะไรบ้าง และเราควรรับมือหรือหาทางแก้ปัญหาอย่างไรกันครับ

อย่างน้อยที่สุด ก็อาจจะช่วยเซฟค่าใช้จ่าย ให้เราไปทุ่มเรื่องอื่นแทน ดีกว่าจะละลายกับการยิงแอดที่ไม่ได้ผลครับ

1.เปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายไม่ได้

ปัญหาสุดคลาสสิกที่ขอยกมาพูดถึงเป็นเรื่องแรกเลยครับ เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัว สิ่งที่พบคือเพจของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคน ที่มีคนเข้ามากดไลค์กันเป็นหลักหลายพันถึงหลักหลายหมื่น กลับไม่ได้การันตียอดขายอย่างที่ควร

ตรงนี้ต้องย้อนกลับไปว่า แล้วที่มาของยอดไลค์ที่คุณได้เยอะๆ มันมาจากไหน

ยิงแอดโฆษณา หรือที่เรียกกันว่า ซื้อไลค์ นั่นแหละครับ ที่จริงวิธีนี้ถือว่าสะดวกมากครับ

2.แชร์เพจออกไปแล้ว แต่คนมองเห็นก็ยังน้อย

ทุกคนเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ แชร์เพจของเราออกไปตามกลุ่มต่างๆแล้ว แต่คนก็ยังน้อย ซึ่งที่เราพบบ่อยจนถึงบ่อยมากก็คือ หลายคนแชร์ออกไปในกลุ่มที่ก็มีแต่แม่ค้าออนไลน์เอามาแชร์เพื่อขายของเหมือนกัน

แต่ขอโทษเถอะ ไม่มีคนเข้ามากดไลค์ไม่พอ ยังไม่มีคนซื้อด้วย!!!

กลยุทธ์การแชร์ร้านของเราไปตามกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ใช้กันมากขึ้นทุกที ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ “จำเป็นต้องทำ” ถ้าต้องการเพิ่มยอดการมองเห็นร้านค้าของเรา

แต่ปัญหาข้อหนึ่งที่หลายคนพบคือ เราแชร์ไปตามกลุ่ม แต่ในกลุ่มนั้นก็มีแต่คนที่ “คิดเหมือนกับเรา” แล้วแชร์ร้านของตัวเองกันเต็มไปหมด หลายกลุ่มใน Facebook เลยอยู่ในสภาพที่มีแต่คนแชร์ร้าน แต่กลับไม่มีคนซื้อ แม้กระทั่งยอดไลค์ยังน้อยมาก

3.กลุ่มเป้าหมายไม่ตรงกับการยิงแอดโฆษณา

เป็นอีกปัญหาที่น่ากลัวมาก เพราะมันหมายถึงการจ่ายค่ายิงแอดออกไป แต่เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

เท่านั้นไม่พอ ช่วงหลังมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนที่พบเรื่องแปลกๆว่า คนที่เข้ามาตอบในเพจ กลับเป็นคนต่างชาติ โดยเฉพาะจากในอาเซียน ซึ่งก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเราเสียอีก

ในช่วงที่ Facebook มีอาการรวนแบบนี้ ทางแก้ไขที่พอทำได้คือ การตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายที่เลือกในการยิงแอดครับ โดยเฉพาะช่วงอายุและเมือง รวมถึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมายด้วย

4.ภาพไม่น่าสนใจหรือดึงดูดมากพอ

ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนพลาดไป ไม่ว่าจะเพราะอาจจะไม่ได้เก่งในการเลือกรูปมากนัก

อีกอย่างเรื่องการเลือกรูปก็ไม่ได้มีเทคนิคตายตัวเสมอไป แต่เท่าที่ทำกันมาได้ผล จะสังเกตพบว่ามักเป็นภาพที่ดึงดูดคนในด้านอารมณ์ หรือเป็นภาพผู้คนที่กำลังแสดงอารมณ์ออกมา ก็มีส่วนช่วยเรียกความสนใจของคนดูเพิ่มด้วยครับ

5.กลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไป

ตัวอย่างเช่น ร้านขายของเล่นเด็ก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของเราก็มักพ่อแม่ เพราะเป็นคนที่จะต้องซื้อให้ แต่ที่จริงแล้วก็ไม่เสมอไปครับ คือกรณีนี้ต้องดูว่าของเล่นของเราเป็นของสำหรับเด็กเล็กหรือเด็กโต และเป็นของแนวไหนด้วย อีกอย่างคือ บางครั้งแม่ทุกคนก็ไม่ได้สนใจของเล่นเด็กเสมอไปครับ เราเลยต้องกำหนดเป้าหมายให้แคบลง เพื่อให้แอดโฆษณาของเราได้ขึ้นหน้าฟีดเฉพาะคนที่มีโอกาสจะซื้อให้ลูกหลานครับ

ลองไล่เรียงดูว่า การยิงแอดของเราเจอปัญหาเหล่านี้ และยังไม่ได้แก้ไขหรือไม่นะครับ

>