Category Archives for "บทความ เทคโนโลยี"

จีนกำลังเข้าสู่ “สังคมไร้เงินสด”

จีนเข้าสู่ “สังคมไร้เงินสด”

     จีนกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแบบเต็มตัว เมื่อมีรายงานว่า ยอดการชะรเงินแบบไร้เงินสดของจีนกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของคนจีนเกี่ยวกับการชำระเงินและทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต และการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

     ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยรายงานระบุว่ายอดการชำระเงินแบบไร้เงินสดของจีนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ขยายตัวร้อยละ 0.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งก็มีการระบุว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ปริมาณการชำระเงินแบบไร้เงินสด อาทิ ตราสารหนี้ บัตรธนาคาร และการชำระเงินออนไลน์ อยู่ที่ 952.23 ล้านล้านหยวน (หรือประมาณ 4.07 พันล้านล้านบาท)
     ในปัจจุบัน ประเทศจีนมีการใช้งานบัตรธนาคารราว 7.98 ล้านใบจากข้อมูลเมื่อปลายเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.64 จากไตรมาสก่อน โดยจำนวนบัตรธนาคารยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยแล้วชาวจีนหนึ่งคนถือครองบัตรธนาคาร 5.72 ใบ สำหรับการใช้ตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น (commercial paper) ซึ่งพบบ่อยในองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง ลดลงร้อยละ 8.88 อยู่ที่ 32.41 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 138.75 ล้านล้านบาท) ในช่วงไตรมาสที่ 2
     ข้อมูลจากธนาคารกลางจีนระบุว่าการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือขยายตัวอย่างมั่งคงในไตรมาสที่ 2 โดยธนาคารและสถาบันทางการเงินทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 79.46 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 340.18 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.37 เมื่อเทียบปีต่อปี 

     ในช่วงเดียวกัน จีนมีการทำธุรกรรมผ่านผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) อยู่ที่ 59.32 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 253.96 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.84 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปี 2018
ไม่เพียงเท่านั้น การใช้บริการผ่านทาง Mobile Banking ของคนจีนก็เป็นกระแสหลักของยุคสังคมไร้เงินสด และทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในจีน ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้แอบพลิเคชั่นยอดนิยมของคนจีน เช่น WeChatPay และ Alipay ได้มีการใช้งานกันทั่วไปด้วย โดยในเวลานี้มีข้อมูลของการเข้าถึงสำหรับการใช้งานที่ผ่านมาราว 326 ล้านคนในจีน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 จากปีก่อน
สำหรับผู้ใช้บริการต่อเดือน พบว่าอยู่ที่ประมาณ 74 ล้านคน และมีมากถึงร้อยละ 80 ที่ดาวโหลดแอบพลิเคชั่นของธนาคารเพียงแห่งเดียวไว้ใช้งานสำหรับตัวเอง
     นอกจากนี้ หากย้อนไปในในเดือน ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา มีข้อมูลชี้ว่า สัดส่วนผู้ใช้งานเมื่อสิ้นปีอยู่ที่ร้อยละ 24.2 ตลาดนี้เริ่มขยายตัวมากขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2017 ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากกที่บริการอินเทอร์เน็ตได้มีการให้บริการเครือข่ายเพิ่มขึ้น และเข้าถึงในเมืองชั้นรองและในชนบทเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมแล้วมีการเข้าถึงผู้ใช้งานอีกราว 100 ล้านคนภายในเวลา 8 เดือน
     นอกจาก การให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของทาง Alipay ที่สูงกว่าให้จากธนาคาร ก็มีส่วนทำให้ผู้ฝากเงินนิยมเอาเงินของตัวเองเข้าในบัญชีของ Alipay มากกว่านั่นเอง
ปัจจัยดังกล่าวที่ว่ามา จึงมีส่วนกระตุ้นให้จีนกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างจริงจัง และเป็นประเด็นที่ต้องอัพเดทกันต่อไปครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Work from Home 8 ทักษะที่จำเป็นในการทำงานช่วง COVID-19

Work from Home ทำงานช่วง COVID-19

     Work from Home กำลังกลายเป็นเทรนด์การทำงาน ในช่วงภาวะวิกฤติ COVID-19 ซึ่งการที่จะทำงานอยู่ที่บ้าน นั่นแปลว่าคุณต้องมีทักษะอะไรบางอย่างที่ตอบโจทย์สำหรับการทำงานได้ด้วยเช่นกันมาลองดูว่า มีทักษะด้านการทำงานกับซอฟท์แวร์หรือโปรแกรมง่ายๆในชีวิตประจำวันอะไรบ้าง ที่จำเป็นครับ ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็ไม่ได้ยากอะไรเลย แถมยังสามารถช่วยเพิ่มทักษะงานและอาชีพของคุณได้ด้วย ถ้าทำเป็น คุณก็สามารถหนีจากโอกาสเสี่ยงตกงานได้เหมือนกัน

Content / Copywriting

นี่เป็นหนึ่งในทักษะที่มีความสำคัญอย่างมากต่อแทบจะทุกธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ก็ยังเป็นทักษะที่สำคัญอันดับต้นๆไปแล้ว เพราะการใช้งานดิจิทัลออนไลน์ มีการแข่งขันสูง ผู้คนเสพ Content จำนวนมหาศาลกันทุกวัน ดังนั้นตัวสำคัญ ต้องวัดกันที่ การเขียนโฆษณา สั้นๆ ข้อความ คำโปรย ที่โดนใจ ดึงดูด เรื่องนี้ยากที่จะสอนกันได้ในเวลาสั้นๆ แต่ต้องอาศัยทักษะ ประสบการณ์ ทั้งศึกษาเอาเองและจากคู่แข่ง

Excel

เป็นหนึ่งในโปรแกรมพื้นฐานอย่างง่ายๆ ที่เชื่อเลยว่า มีหลายคนแทบจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับมัน แต่นี่คือโปรแกรมพื้นฐานสำคัญมากพอๆกับ Word ที่บางตำแหน่งงานอาจจะใช้งานมากกว่าหลายเท่าด้วยซ้ำ มีหลายคนเข้าใจผิดว่า Excel เป็นโปรแกรมสำหรับสายบัญชีอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลยครับ มันยังมีประโยชน์มากกว่านั้น ตั้งแต่การจัดทำ Data Sheet ชุดข้อมูล กราฟต่างๆ ซึ่งช่วยในการทำงานและธุรกิจให้ง่ายขึ้น

Power Point

โปรแกรมที่สำคัญสุดๆในการนำเสนอแทบทุกโปรเจคของคนเราตอนนี้ โดยเฉพาะการทำ Power Point ที่สวยงาม ดูง่าย สะอาดตา ไม่น่าเบื่อ จะช่วยให้การพรีเซนต์งานกับลูกค้าหรือผู้บริหารทำได้ดีขึ้น แน่นอนว่าส่งผลต่อหน้าที่การงานคุณด้วยเหมือนกันเราพบว่า มีบางธุรกิจและบางบริการที่ขายงานให้ลูกค้าได้ เพราะนำไฟล์พรีเซนต์ได้ดีมากๆ

Video Editing

กลายเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญมากๆ ที่อาจจะช่วยพลิกชีวิตให้หลายคน เมื่อการทำคลิปวีดีโอ กลายเป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำได้มากขึ้น เนื่องจากแพลทฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาทำให้ใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ วีดีโอยังเป็นรูปแบบ Content ที่มีการเคลื่อนไหว มีเสียง น่าดึงดูด เหมาะใช้งานได้ทั้งแบบ บันเทิง เพลง ไปจนถึงสาระข้อมูล ที่ทำให้เรื่องยากๆเข้าใจง่ายขึ้น แล้วยังสามารถสร้างคุณค่าในแบบ Emotional กระตุ้นอารมณ์คนดูได้ด้วย คนที่มีทักษะนี้มีโอกาสที่จะหางานในยุคดิจิทัลได้มากขึ้นกว่าคนที่ทำไม่เป็นเอาเลย

DATA Analytics / Science

DATA หรือข้อมูล กำลังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อธุรกิจมาก แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เราสามารถตีความหมาย DATA เหล่านั้นให้ออกมาดูง่าย หรือพลิกให้มันกลายเป็นการวางแผนกลยุทธ์ทางกรตลาดได้มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้เป็นทักษะที่ยังขาดแคลนบุคลากรอยู่มาก

ภาษา Language

ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน เกาหลี ฝรั่งเศส สเปน และอื่นๆ ตอนนี้ใครมีทักษะทางภาษาถือว่าได้เปรียบ เพราะทำให้คุณสามารถรับงานได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นงานแปล สื่อสาร ไปจนถึงโอกาสอื่นๆ

งานกราฟิก ตัดต่อภาพ

ทักษะด้านศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่สามารถฝึกฝนกันได้ โดยเฉพาะเครื่องมือสำคัญที่ใช้หลักๆ ไม่ว่าจะเป็น Photoshop Illustrator หรือ Premiere ซึ่งซอฟต์แวร์เหล่านี้อยู่ภายใต้ Adobe อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่าในอนาคตธุรกิจจะเข้าสู่โลกดิจิทัล รูปที่ใช้จำเป็นต้องมีทักษะด้านศิลปะผ่านซอฟต์แวร์เหล่านั้น แถมได้ยินมาว่า Adobe Cloud service มีโปรลับให้ใช้ฟรี 90 วันเฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้น

Digital Marketing

แม้เราจะรู้จักกับ Digital Marketing มาอย่างยาวนาน แต่ถึงกระนั้นโลกดิจิทัลก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ทักษะด้าน Digital Marketing จึงมีการปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน การฝึกฝนทักษะด้าน Digital Marketing จึงยังคงสามารถฝึกฝนได้เรื่อยๆ และทักษะเหล่านี้ยังคงสามารถใช้งานได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ทำไวรัลจับกระแส เต้นสู้โควิด19 บน Tiktok

จับกระแส เต้นสู้โควิด19 บน Tiktok

        เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ดีมากๆ สำหรับการทำคลิปแล้วจับเทรนด์เรื่องการรณรงค์ป้องกันตัวเองจากโควิด 19 จนเป็นกระแส
        เมื่อการกักตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด19 เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก หลายคนต้องอยู่บ้าน ก็เลยหากิจกรรมเพื่อรณรงค์สู้ไว้รัสโควิด19 แล้วหนึ่งในเรื่องที่กลายเป็นกระแสก็คือ การเต้นลงบนแพลทฟอร์ม Tiktok ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มคลิปสั้นยอดนิยมจากจีนที่ตอนนี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลกด้วย

       โดยหนึ่งในการทำท่าเต้นต้านโควิดที่ดังมากมาจากกระแสของ Ghen Co Vy จุดเริ่มต้นนี้มาจาก นักเต้นชื่อดังของเวียดนาม Quang Dang ที่ได้ครีเอท Challenge ขึ้นมาบน Tiktok พร้อมเพลงคลอรัสว่า Ghen Co Vy โดยสองนักร้อง Min และ Erik ซึ่งเป็นการทำเพลงเพื่อรณรงค์ให้กำลังใจผู้คนกักตัวอยู่ในบ้านต้านไวรัสและเป็นการออกกำลังกายในบ้านไปในตัวด้วย
        หลังจากเป็นกระแสบน Tiktok แล้ว คลิปนี้ก็ได้โพสลงบน Youtube ซึ่งมียอดวิวมากกว่า 23 ล้านวิว ท่าเต้นยังมีการรณรงค์ให้คนฟังหมั่นล้างมือ หลีกเลี่ยงการใช้มือสกปรกจับใบหน้าด้วย

        สำหรับ Hashtag #GhenCoVyChallenge ก็มีมากกว่า 21.5 ล้านวิว บนแพลทฟอร์มครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Tik Tok Viral กรณีของ Mia Khalifa อดีตดาราหนังผู้ใหญ่

Mia Khalifa

ระวัง SEO Content ทำให้เสียความน่าเชื่อถือ

      กลายเป็นกระแสไปทั่วโลก หลังจาก Mia Khalifa อดีตดาราหนังผู้ใหญ่ชาวปากีสถาน ได้ปั้นคลิปวีดีโอสั้นลงในแพลทฟอร์ม Tiktok จนมียอดวิวพุ่งกระฉูดมากกว่าร้อยล้านวิว

      เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากครับ ซึ่งจุดขายของ Mia ก็มีทั้งรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นสะดุดตา แต่เธอก็นำมาผสมผสานกับการสร้างให้เกิดไวรัลบนโซเชียลได้ด้วย

      Mia Khalifa ที่มาของเธอก็คือ อดีตดาราหนังสำหรับผู้ใหญ่ เธอเป็นสาวน้อยชาวปากีสถาน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสร้างความฮือฮามาแล้วทั่วโลก เนื่องจากเธอมีรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ภายใต้ผ้าคลุมหน้าตามแบบมุสลิม แต่เธอกลับสลัดมันออกแล้วเริ่มแสดงในหนังสำหรับผู้ใหญ่จนไม่นานชื่อของเธอขึ้นแท่นอันดับต้นๆของยอดเสิร์จในหลายเว็บไซต์ดัง แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นผู้ใช้แพลทฟอร์ม Tiktok ซึ่งเป็นแอพสำหรับคลิปวีดีโอสั้นที่โด่งดังทั่วโลก

     ล่าสุด เธอลงแฮชแท็กใน Tiktok ว่า "#miakhalifachallenge" ซึ่งโด่งดังจนติดเทรนด์ใหญ่ของผู้ใช้แพลทฟอร์ทในเวลานี้ โดยคลิปนี้มีชื่อเสียงมาก สำหรับผู้หญิงที่ต้องกักตัวอยู่แฟบแฟนในช่วงโควิด19 ระบาด

         สำรับคลิปเพลง เธอทำร่วมกับวงดนตรีจาก Atlanta คือ iLOVEFRiDAY ดูคลิปได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=3w-C0-zVaW8&feature=emb_logo ซึ่งล่าสุดยอดวิวของเพลงนี้ที่ถูกอัพโหลดลงบนยูทูปคือ 103 ล้านครั้ง โดยใน Challenge ก็คือ Hit or Miss 

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ทางรอดด้วย Facetime ของธุรกิจ Salon ในช่วงโควิด19

Survival with the Facetime of the Salon Business during the Covid 19

Facetime ของธุรกิจ Salon ในช่วงโควิด19

      เจ้าของ Salon ในสหรัฐอเมริกา ใช้ Facetime แนะนำวิธีตัดผมอย่างง่ายๆ เมื่อธุรกิจร้านตัดผม เป็นหนึ่งในกลุ่มที่โดนผลกระทบจากการให้คนกักตัวช่วงแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19

        เนื่องจากสถานการณ์สหรัฐอเมริกาในเวลานี้ ได้กลายเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยจากเชื้อโควิด19 มากที่สุดในโลกไปแล้ว ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทุกภาคส่วน ในช่วงที่ผู้คนจำเป็นต้องกักตัวจากโควิด 19 ทำให้ร้านทำผม และ Salon หลายแห่ง ต้องปรับตัว

        สำหรับร้านขนาดใหญ่ การปิดชั่วคราวก็ไม่มีปัญหามากนัก แต่สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีความต้องการรายได้ประจำวัน ทำให้พวกเขาต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก

        หนังในร้านทำผมที่ เซนต์หลุยส์ รัฐมิซูรี ชื่อร้าน ChopShop ซึ่งเป็นหนึ่งในพันกว่าร้านที่เจ้าของจำเป็นต้องยกเลิกการจองรับบริการที่ร้าน แล้วหันมาใช้วิธี “เดินทางไปให้บริการตามบ้าน”

        แต่ปัญหาที่เพิ่มขึ้นก็คือ การไปทำผมให้ลูกค้าตามบ้านก็มีความเสี่ยง เธอบอกกับ The Post ว่าหนึ่งในทางออกที่เธอใช้ก็คือการทำ Facetime เพื่อให้บริการแนะนำวิธีทำสีผม และการจัดแต่งสไตล์อื่นๆ โดยลูกค้าตอนนี้นิยมทำสไตล์ผมสั้น เพื่อความจำเป็นระยะยาว เนื่องจากยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใดนั่นเอง

        ซึ่งอีกหนึ่งในช่องทางที่ใช้ก็คือการอัพคลิปลง Youtube เพื่อสาธิตวิธีการเบื้องต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ยังเป็นการทำเพื่อรักษาฐานลูกค้าของเธอไว้ด้วย 

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ต้องปรับตัว!! 10 สาขาอาชีพที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์มากที่สุด

pet

10 สาขาอาชีพที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงาน

แทนมนุษย์

       เรียกว่าต้องปรับตัวครับ ในวันนี้ทางตั้งหลักออนไลน์ขอพามาดูข้อมูลจากสื่อใหญ่ของจีนที่มีการเก็บสถิติและวิเคราะห์ถึง 10 สาขาอาชีพที่อาจจะมีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้งานเพื่อทดแทนแรงงานจากมนุษย์มากที่สุดในทศวรรษหน้า

โดยข้อมูลนี้อ้างอิงจากสถาบันอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศจีน ซึ่งมีการเปิดเผยถึงรายงานที่ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้งานเพื่อแทนที่แรงงานมนุษย์มากที่สุด และอาจจะส่งผลกระทบต่อการปลดพนักงาน รวมถึงการเรียนการสอนในสาขาเหล่านี้ที่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนมากขึ้น

ในงานประชุมหุ่นยนต์โลกปี 2018 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนสิงหาคม ก็ยิ่งตอกย้ำถึงการปรับเปลี่ยนแรงงานมนุษย์สู่การใช้หุ่นยนต์มากขึ้น ซึ่งสาขางานทั้ง 10 ที่จะได้รับผลกระทบนี้มีอะไรบ้าง

โดยข้อสังเกตคือ เป็นงานประเภทที่ต้องทำซ้ำทุกวัน และบางงานจำเป็นต้องอาศัยความเร็วในการคิดคิดคำนวณ และความแม่นยำสูง

 ลองมาดูกันครับ ว่ามีอะไรบ้าง

 1. งานคลังสินค้าและระบบ Logistics

เป็นส่วนงานที่ได้รับผลกระทบมาก เพราะเป็นงานที่ไม่ซับซ้อน และหลายอุตสาหกรรมก็นำหุ่นยนต์มาใช้กันมากขึ้นแล้วด้วย

Logistics

 ​2. งานผลิตในภาคอุตสาหกรรม 

สำหรับการผลิตบางอย่างต้องการความชำนาญของมนุษย์ที่ควบคุมเครื่องจักร งานของมนุษย์จึงอาจจะเปลี่ยนจากที่ต้องใช้แรงงานในกระบวนการผลิต ก็ต้องมาควบคุมดูแลเครื่องจักรอีกทีหนึ่งแทนนั่นเอง

industry

3. งานทางด้านการแพทย์

ไม่ใช่แค่งานการแพทย์ในเชิงของการรักษา หรือตรวจสภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงงานอำนวยความสะดวกภายในโรงพยาบาล ซึ่งเวลานี้แม้แต่ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีหุ่นยนต์บริการแล้วด้วย

physician

4. งานขนส่งเอกสารภายในสำนักงาน

ในประเทศจีน มีรายงานอาคารสำนักงานบางแห่งเริ่มมีการนำร่องใช้งานแล้ว

office

5. งานทำความสะอาด

สำหรับหุ่นยนต์ทำความสะอาด ก็มีการนำมาใช้งานกันแพร่หลายในระดับหนึ่ง

cleaning

6. งานด้านความปลอดภัย

ในสนามบิน และบางหน่วยงาน ก็เริ่มมีการนำหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยมาใช้งาน

Safety

7. งานถ่ายบันทึกภาพ

เป็นหุ่นยนต์สำหรับช่วยการถ่ายภาพ

save Image

8. งานเหมืองแร่

เป็นหนึ่งในงานสำคัญที่ต้องนำมาใช้ เพราะงานเหมืองแร่มีความเสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และแรงงานอย่างสูงมาก

Mining

9. งานด้านความมั่นคง การป้องกันภัยคุกคาม

อยู่ในระหว่างการพัฒนา เพื่อที่จะช่วยในเรื่องการป้องกันภัยคุกคาม

Prevent threats

10. งานด้านการทำอาหาร

สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างเชฟมืออาชีพ และยังสามารถคิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆได้ตั้งแต่เริ่มต้น จากความรู้เรื่องเคมี และการจับคู่ของรสชาติ

 cooking

             ซึ่งก็ไม่เพียงแต่ 10 สาขาอาชีพนี้เท่านั้น แต่ยังมีด้านอื่นที่เริ่มมีการนำมาใช้เพิ่มเติม เช่น หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง หุ่นยนต์คนขับรถ หุ่นยนต์บริการรับส่งอาหาร เป็นต้น

             ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีบุตรหลาน และกังวลว่าในอนาคตรูปแบบของเทคโนโลยีจะส่งผลต่อชีวิต การศึกษา และการหางานทำต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องอัพเดทต่อเนื่องครับ

pet
Waitress

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Insert Image

กรุงเทพฯ เมืองเดียวจากชาติกำลังพัฒนาที่ติด 10 อันดับ เชื่อมโยงกับจีนมากที่สุด

Bangkok is linked to China.

กรุงเทพฯ กำลังพัฒนาที่ติด 10 อันดับ

เชื่อมโยงกับจีนมากที่สุด

         ในเวลานี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า จีนกำลังกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของโลก เรียกว่าเป็นคู่แข่งของสหรัฐอเมริกาที่มาแรงในระยะยาวที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งวันนี้ทางตั้งหลักออนไลน์ได้สำรวจข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า กรุงเทพฯ ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของเมืองที่มีการเชื่อมโยงกับจีนมากที่สุดในโลก

         รายงานดังกล่าวมาจากการเปิดเผยของ Thailand Business New จากเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการเก็บสถิติเกี่ยวกับ TOP 10 อันดับของเมืองทั่วโลกที่มีการเชื่อมโยงกับจีนมากที่สุดในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นในด้านการลงทุน วัฒนธรรม บุคลากร รวมถึงการตั้งธุรกิจและกิจการต่าง ๆ

ซึ่งผลปรากฏว่า กรุงเทพฯ ขึ้นติดอยู่ในอันดับ 7 ของเมืองที่มีการเชื่อมโยงกับจีนมากที่สุดในโลก

สำหรับในส่วนของ TOP10 อันดับแรก มาลองดูกันว่ามีเมืองอะไรติดบ้างครับ

  • สิงคโปร์ (SGP)
  • นิวยอร์ก (U.S.)
  • ซิดนีย์ (AUST)
  • กรุงโตเกียว (JPN)
  • กรุงโซล (SKR)
  • กรุงลอนดอน (U.K.)
  • กรุงเทพฯ (THA)
  • ลอสแองเจลิส (U.S.)
  • กรุงเมลเบิร์น (AUST)
  • ซานฟรานซิสโก (U.S.)

         จากอันดับทั้งหมดนี้ สาเหตุที่กรุงเทพฯติดอยู่ในอันดับที่ 7 ทั้งที่หากเทียบกับเมืองในประเทศอื่น ๆ ที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก จะพบว่ามีเพียงแค่ประเทศไทยแห่งเดียวเท่านั้น ที่ไม่ได้เป็นชาติพัฒนาแล้วทางเศรษฐกิจ และไม่ได้เป็นชาติที่มีพลังทางเศรษฐกิจและการสร้างนวัตกรรมแถวหน้าของโลกแบบสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และชาติในยุโรป

Bangkok is linked to China.

แต่ทำไมไทยถึงติดอันดับ???

        มีการวิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักอาจเป็นเพราะกรุงเทพฯถูกมองในทางยุทธศาสตร์จากทั้งจีนและอเมริกาว่าเป็น Hub ที่สำคัญทางด้าน Logistics สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นภูมิภาคที่กำลังถูกจับตามองและเริ่มมีการเข้ามาร่วมทุนหรือแสวงหาโอกาสจากชาติมหาอำนาจกลุ่มต่าง ๆ มากขึ้นนั่นเอง

อีกทั้งในภูมิภาคนี้กำลังเริ่มเป็นฐานในการขยายทางธุรกิจในตลาด และด้านธุรกิจ Start Up ที่กำลังเพิ่มมากขึ้น เพราะความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากประชากรที่มีการยกระดับของเศรษฐกิจในภาพรวม นอกจากนี้อาเซียนยังถือว่าเป็นพื้นที่แข่งขันสำหรับธุรกิจ E-Commerce ที่กำลังเข้มข้นมากขึ้นในเวลานี้ด้วย โดยฝั่งจีนเองก็มี Lazada เป็นหัวหอกที่กำลังเข้ามาในประเทศไทย

อีกทั้งในภูมิภาคนี้กำลังเริ่มเป็นฐานในการขยายทางธุรกิจในตลาด และด้านธุรกิจ Start Up ที่กำลังเพิ่มมากขึ้น เพราะความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากประชากรที่มีการยกระดับของเศรษฐกิจในภาพรวม นอกจากนี้อาเซียนยังถือว่าเป็นพื้นที่แข่งขันสำหรับธุรกิจ E-Commerce ที่กำลังเข้มข้นมากขึ้นในเวลานี้ด้วย โดยฝั่งจีนเองก็มี Lazada เป็นหัวหอกที่กำลังเข้ามาในประเทศไทย

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

รู้จักกับ Tao Cafe ร้านค้าอัจฉริยะไร้เงินสดในเครือ Alibaba

taocafe

รู้จักกับ Tao Café ร้านค้าอัจฉริยะไร้เงินสด

ตั้งหลักออนไลน์ขอพามาอัพเดทเรื่องของ “ร้านค้าอัจฉริยะ” หรือ “ร้านค้าแบบไร้เงินสด” ซึ่งเวลานี้กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงและเชื่อว่าจะขยายไปทั่วโลก ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า เป็นร้านค้าที่ไม่ต้องมีพนักงาน และไม่ต้องพกเงินสดติดตัว แต่สามารถชำระเงินด้วยกระเป๋นเงินออนไลน์ เพียงแค่สแกน QR Code อย่างง่ายๆ ก็ทำได้แล้ว

สำหรับร้านค้าอัจฉริยะในเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba มีความน่าสนใจคือแนวทางของการค้าแบบ Tao Café จะเป็นกระแสของร้านคาเฟ่แบบการผสมผสารกับการทำงานของ A.I. หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งถูกคาดการณ์จากสื่อหลายสำนักว่า นี่จะเป็นเทรนด์ใหม่ในโลกอนาคต

สำหรับในประเทศจีน Tao Café เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกที่เมืองหางโจว ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวเมืองสำคัญด้านการค้าและนวัตกรรมเทคโนโลยีของจีน ซึ่งทาง Alibaba ก็วางแผนที่จะขยายสาขาต่อไปมากขึ้น

แล้วแนวคิดของ Tao Café มีอะไรบ้าง

แนวทางของร้านนี้ ถือว่าเป็นโมเดลของการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ AI ให้เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ อาทิ การสั่งเครื่องดื่ม สั่งขนม รวมถึงการสั่งสินค้าอื่น ๆ ตามที่มีอยู่ในสต็อคขายของในเว็บอีคอมเมิร์ซยอดนิยมอย่าง Taobao อีกด้วย

ข้อเด่นที่สำคัญอีกอย่างก็คือ การนำระบบออนไลน์ผ่านแอพลิเคชั่นของ Alibaba เข้ามาใช้ เมื่อผู้ใช้บริการทุกคนสามารถทำการสั่งสินค้าได้เลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปยืนเข้าแถวต่อคิวเพื่อรอชำระเงินหน้าเคาน์เตอร์ เพราะทุกคนสามารถสั่งซื้อและจ่ายเงินได้ทันทีผ่านแอพบนมือถือของ Taobao หรือใช้บริการช่องทางกระเป๋าเงินออนไลน์ผ่านทาง Alipay  

สำหรับขั้นตอนการใช้งานนั้น ในรายงานก็ระบุว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก และทำได้ง่ายมากครับ เพราะเพียงแค่ผู้ใช้งาน เอามือถือมาทำการสแกน QR Code เพื่อ Check-In ก่อนเข้าร้าน เท่านี้ก็สามารถใช้บริการได้ทันที

นอกจานกี้ ยังมีจุดเด่นอีกอย่างของร้านก็คือ การตั้งราคาที่ถูกกว่าร้านออนไลน์ของคู่แข่งที่เป็นร้านค้าปลีกทั่วไปอย่างน้อย 15-30% ซึ่งถูกมองว่าเป็นการทำสงครามตัดราคากับคู่แข่งที่ Alibaba ได้เปรียบพอสมควร

หลังจากเปิดให้บริการแล้ว ก็มีรายงานอีกว่านับตั้งแต่ร้านเปิดให้บริการมาก็ยังไม่พบปัญหาระบบขัดข้องหรือทำให้การจับจ่ายสินค้าสะดุดออกมาให้เห็นครับ 

นอกจากนี้ มีข้อมูลของสื่อจีนอย่าง Chinadaily ได้ทำการวิเคราะห์ว่า ที่จริงแล้วแนวคิดร้านค้าอัจฉริยะของ Tao Café ค่อนข้างคล้ายกับร้าน Amazon Go ซึ่งเวลานี้ได้เปิดให้บริการที่ชั้นล่างของสำนักงาน Amazon ที่เมือง Seatlle ซึ่งฝั่ง Amazon ก็วางแผนที่จะขยายสาขาออกไปมากกว่า 2,000 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาในอีก 10 ปีข้างหน้า

ด้วยการเร่งเปิดให้บริการของ Tao Café ก็เลยทำให้คาดการณ์ว่ามีเป้าหมายอีกเรื่องก็คือทาง Alibabaต้องการหาทางสกัดการรุกเข้ามาของบริษัท Amazon ในประเทศจีน

นอกจากมีบริการของร้าน Tao Café ทางเครือ Alibaba ก็ยังมีการเปิดให้บริการซุปเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะอย่างเช่น Hema Supermarket ซึ่งเป็นซุปเปอร์แบบไร้เงินสด ซึ่งลูกค้าทุกคนสามารถเข้ามาซื้อสินค้าโดยไม่ต้องพกเงินสดติดตัว และยังสามารถสั่งอาหารสดกลับบ้านหากอยู่ในละแวกใกล้เคียงได้อีกด้วยครับ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยว่าทางเครือ Alibaba ได้มีการลงทุนเม็ดเงินไปมากกว่า 2.88 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อหวังกระตุ้นให้ธุรกิจช่องทางนี้อีกด้วย

เราจะเห็นได้ว่า แนวทางของร้านค้าอัจฉริยะดังกล่าว กำลังจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก ซึ่งคงต้องอัพเดทกันต่อไปครับ โดยคาดว่า ประเทศไทยเองก็จะได้รับร้านแนวนี้เข้ามามากขึ้นในเร็ว ๆ นี้ด้วย

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Lenovo คือแบรนด์จีนที่มีคนรู้จักและยอมรับด้านผลิตภัณฑ์มากที่สุดในโลก

Lenovo China

Lenovo แบรนด์จีนที่มีคนรู้จักยอมรับมาก

ที่สุดในโลก

       ตั้งหลักออนไลน์พามาอัพเดทข้อมูลกันครับ เนื่องจากเวลานี้แบรนด์สินค้าและบริษัทจากจีนกำลังมาแรงมากในหลายวงการ โดยเฉพาะชื่อของ Alibaba Tencent Huawei แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ที่จริงแล้ว  Lenovo คือเป็นแบรนด์ใหญ่สัญชาติจีน ที่มีคนทั่วโลกรู้จักและได้รับการยอมรับเรื่องผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกมากที่สุด

มีการจัดอันดับโดยเว็บไซต์หลายสำนัก แต่ที่ได้รับความเชื่อถือเรื่อง Brand ที่สุดเห็นจะไม่พ้น Brandz ซึ่งได้ทำการสำรวจพบว่า Brand ของจีนที่คนรู้จักมากที่สุดทั่วโลกนั้น ไม่ใช่ Alibaba แต่ที่จริงแล้วกลายเป็น Lenovo ที่ผงาดขึ้นมาครองอันดับ 1 ในช่วงปี 2016-2017 ในแง่ของความมีชื่อเสียง การเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับในเรื่องผลิตภัณฑ์มากที่สุดในโลก ในขณะที่ Alibaba ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าบริษัทเติบโตสูงสุดของโลก

ในปัจจุบัน แม้ว่าบริษัท Alibaba จะได้ชื่อว่าเป็นบริษัทแดนมังกรที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเอเชีย รวมถึงการออกสื่อของแจ็คหม่าผู้ก่อตั้ง ที่ทำให้เกิด Personal Brand โดยเฉพาะในอาเซียน แต่ถ้ามองในตลาดระดับโลกแล้ว แม้ว่า Alibaba จะติดอันดับบริษัทที่มีมูลค่าเติบโตสูงสุดในโลกก็ตาม แต่ถ้าในแง่ชื่อเสียงและความเป็นที่รู้จักของคทั่วโลก ก็ยังตามหลังบริษัท Lenovo ผู้ผลิตรายสำคัญของวงการ IT ของจีน และรวมถึง Huawei ซึ่งต่อสู้ฝ่าฟันในตลาด IT มายาวนานด้วย

China Lenovo
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Lenovo เป็นที่รู้จักมากที่สุดไปทั่วโลก

มาจากการปรับตัวเองให้เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ PC Labtop ที่มียอดขายไปทั่วโลก

แต่สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ Lenovo นับว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์สัญชาติจีนแห่งแรก ที่ได้มีการรีแบรนด์ดิ้ง หรือปรับตัวเองให้เข้าสู่ตลาดดิจิทัลได้เป็นเจ้าแรก ๆ ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่อีกแห่งของจีนอย่าง Huawei นั้นจับตลาดนี้เป็นหลักมาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2005

ด้วยการปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างรวดเร็วนี้เอง ทำให้ Lenovo สามารถเข้ามาเกาะส่วนแบ่งตลาดใหญ่นี้ร่วมกับ Apple Samsung และ Huawei ตั้งแต่ช่วงแรกมาได้ โดยไม่ตกขบวน

นอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยหนึ่ง นั่นคือ Lenovo ได้ชื่อว่าเป็น Brand Made in China เพียงไม่กี่ยี่ห้อในเวลานี้ที่ได้รับความไว้วางใจจากตลาดโลกในเรื่องคุณภาพสินค้าอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาของสินค้าที่ผลิตจากเมืองจีนมาตลอดสามทศวรรษ และก็ทำให้บริษัทอื่น ๆ ในจีนพยายามที่จะยกระดับมาตรฐานของตนเองต่อไปในอนาคตเช่นกัน

โดยสรุปแล้ว การปรับเปลี่ยนตัวเองให้ก้าวทันเทคโนโลยี และการ Re-Branding การยกระดับผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจ และเจ้าของกิจการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จำเป็นต้องศึกษาและตระหนักอย่างมากครับ สำหรับในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการตัดสินใตเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคก็เริ่มมีทางเลือกมากขึ้น และให้ความใส่ใจในด้านคุณภาพมากขึ้นไปด้วย

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตราว 82% จากทั้งประเทศ เหตุผลที่ธุรกิจต้องปรับตัว

คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตราว 82% จากทั้งประเทศ เหตุผลที่ธุรกิจต้องปรับตัว

ทางตั้งหลักออนไลน์นำสถิติในภาพรวมมาให้ดู เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นว่า ทำไมผู้ประกอบการไทยและผู้ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจในยุคนี้ จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อโลกอินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย มากขึ้นครับ

คนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 82.4% จากทั้งหมด

อ้างอิงข้อมูลจาก https://infocenter.git.or.th ซึ่งมีรายงานล่าสุดที่ชี้ว่า ในปี 2018 ที่ผ่านมา คนไทยมีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 82.4% จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ

โดยหากประเมินในจำนวนอัตราส่วนนั้น ถือว่าเป็นอันดับ 3 ในชาติอาเซียน

ซึ่งในแง่ของอัตราส่วนแล้วถือว่าเป็นรองเพียงแค่บรูไน และสิงคโปร์

แต่ถ้าวัดกันที่ปริมาณของประชากร ถือว่าของไทยทิ้งไม่เห็นฝุ่นเลยครับ เพราะปัจจุบันไทยมีจำนวนประชากรอยู่ที่ประมาณ 69 ล้านคน ซึ่งเท่ากับว่าจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะมีมากถึง 57 ล้านคน

ประชากรกลุ่มไหน

ตรงนี้มีรายงานว่า กลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหลัก เป็นกลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยในเขตเมืองสูงถึง 53% (ซึ่งคิดเป็น 82% ของประชากรทั้งหมด)

ส่วนผู้ใช้งานที่มีการ Active อยู่บนแอพลิเคชั่นบนโซเชียลมีเดีย มีถึง 51 ล้านคน คิดเป็น 74% ของประชากรทั้งหมด

โดยสรุปแล้ว ข้อมูลของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกในปีถัดไปด้วย

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยกลังเติบโต

ในรายงานของเว็บไซต์ Statita ระบุว่าในปี 2018 ที่ผ่านมา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย มีมูลค่าสูงถึง 3,757 ล้านเหรียญสหรัฐ

แล้วยังมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2018-2023 จะมีการเติบโตขึ้นอีก 11.2%

นอกจากนี้ในรายงานยังระบุว่ามูลค่าในตลาดนี้อาจขึ้นสูงถึง 6,384 ล้านเหรียญ เมื่อถึงสิ้นปี 2023

Content ด้านสื่อบันเทิง

ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดก็คือกลุ่ม สื่อบันเทิงและอิเล็กทรอนิกส์ มีมูลค่ากว่า 1,043 ล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งถือว่านี่เป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการพอร์ตการนำเสนอด้าน Content และข่าวสารต่างๆมากที่สุด โดยมาจากการนำเสนอทางออฟไลน์มาเป็นออนไลน์

ใช้งานบนมือถือ แนวโน้มเพิ่มสูงสุด

ด้านการใช้งานของโซเชียลมีเดียบนมือถือ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงสุด

ในปี 2018 ที่ผ่านมา มีรายงานว่าจำนวนผู้ใช้งานโดยรวมมีมากถึง 55.56 ล้านคน คิดเป็น 80% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจหลายอย่างเปลี่ยนมาบนโลกออนไลน์มากขึ้น

 ด้านผู้ใช้งาน Active ของโซเชียลมีเดียผ่านทางมือถือ สูงถึง 46 ล้านคน คิดเป็น 67% ของประชากรทั้งหมดในเวลานี้

โดยสรุปแล้ว นี่จึงเป็นยุคของการทำธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัวครับ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องอัพเดทและเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มยอดขายและโอกาสในการตลาดและการสร้างแบรนด์ด้วยครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)


>