Category Archives for "บทความ ทั่วไป"

บทเรียนเรื่อง Content กับกรณีแบรนด์ Versace

Content กับแบรนด์ Versace

      ตั้งหลักออนไลน์ อยากย้อนกรณีที่ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญเลยครับ สำหรับการทำ Content ใด ๆ ก็ตาม ที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับเรื่องละเอียดอ่อน เช่น เชื้อชาติ ความเชื่อ การเมือง ศาสนา และมีที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ประเด็นที่กำลังดราม่าหรือเป็นเทรนด์ในเวลานั้น ซึ่งกรณีนี้ก็คือเรื่องที่แบรนด์เวอร์ซาเช่ (Versace) ทำให้เกิดดราม่ากับคนจีน ทำให้ หยางมี่ ซุปเปอร์สตาร์สาวชาวจีน ประกาศยุติร่วมงานทั้งหมด หลังจากกรณีดราม่าที่เวอร์ซาเช่ทำเสื้อยืดเขียนถึงฮ่องกงและมาเก๊าว่าเป็นประเทศ
      ผลลัพธ์คือ เรื่องนี้ทำให้แบรนด์ดังเวอร์ซาเช่ถูกชาวจีนในโซเชียลมีเดียโจมตีอย่างหนัก เนื่องจากฮ่องกงและมาเก๊า ถูกจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งในเขตปกครองพิเศษของจีน ในขณะที่กำลังเกิดกรณีการประท้วงที่รุนแรงในฮ่องกง 

      โดยหลังจากกรณีที่ว่ามา ทางสตูดิโอ Jaywalk studio ก็ได้ออกมาประกาศยุติการร่วมงานทุกอย่างกับทางแบรนด์เวอร์ซาเช่ ไปจนถึงยุติความเกี่ยวข้องทั้งหมด
      ผลกระทบคือ ทางสตูดิโอได้ออกมาทำการลบโพสต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ทิ้ง เนื่องจากกรณีที่ทำเสื้อยืด แล้วลายเขียนถึงบนเสื้อมีการเขียนถึงฮ่องกงและมาเก๊า ว่าทั้งสองเมืองเป็นประเทศ แล้วเสื้อยืดตัวนี้ได้ถูกเผยแพร่ภาพบนสื่อออนไลน์ของจีน ทำให้สตูดิโอของหยางมี่ประกาศจุดยืนยกเลิกสัญญาทั้งหมด เนื่องจากเวลานี้ ฮ่องกงกำลังมีข้อพิพาทและการประท้วงเกิดขึ้นอย่างรุนแรง จนถึงขั้นม็อบปิดสนามบิน ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนออกมาเตือนและเริ่มส่งกำลังเข้าปราบปราม

      สำหรับคำแถลงการณ์ของสตูดิโอ และ หยางมี่ ชี้ถึงจุดยืนของ คนจีน ในฐานะที่เป็น พลเมืองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องดังกล่าว จึงนำไปสู่การยกเลิกสัญญาร่วมมือกับแบรนด์เวอร์ซาเช่ ในทุกทาง เพราะจีนมีความยึดมั่นในหลักการ “หนึ่งเดียว” ของจีนเอง รวมถึงการปกป้องมาตุภูมิอย่างเด่นชัด
การแสดงจุดยืนของสตูดิโอและหยางมี่ ส่งผลอย่างมาก ซึ่งทำให้แบรนด์เวอร์ซ่าเช่ต้องออกมาแถลงการณ์ “ขอโทษ” ที่แสดงความดูหมิ่นต่อความเป็นอธิปไตยของจีน รวมถึงความสะเพร่าในประเด็นดังกล่าว และมีการเรียกเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดมาทำลายทิ้งหมดแล้ว หลังจากเกิดเหตุนี้
อันที่จริงแล้ว บทเรียนจากกรณีของแบรนด์ Versace ถือว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องทำนองนี้ ซึ่งก็ยังมีกรณีของแบรนด์อื่น ๆ ที่ดูเหมือนกำลังเริ่มถูกทางการจีนเพ่งเล็งมากขึ้นด้วย แต่อันที่จริงแล้ว ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่กับทางจีนเท่านั้น แต่เราสามารถนำกรณีของ Versace มาใช้เป็นบทเรียนกับบริบทของประเทศอื่น หรือสถานการณ์อื่น ๆ ที่มีความละเอียดอ่อนได้ด้วยครับ 

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

5G เครือข่ายอินเทอร์เน็ต กับเรื่องควรทราบ

5G กับเรื่องควรทราบ

เครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5G คืออะไร?

  •       เครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5G ย่อมาจาก เจนเนอเรชั่นที่ 5 ของการสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือ (5th Generation of Cellular Mobile Communications)
          ซึ่งในปัจจุบัน ก็ได้มีข้อกำหนดออกมาเกือบสมบูรณ์แล้ว และเตรียมจะประกาศใช้ในช่วงปี 2020 แต่ในบางประเทศก็เริ่มนำร่องการใช้งานแล้วด้วย เช่น ในบางพื้นที่ของประเทศจีน
          สำหรับเหล่าเครือข่ายและผู้ผลิตมือถือทั่วโลกก็เริ่มออกมาเคลมว่า เครือข่ายของตัวเองสามารถรองรับ 5G ได้ แต่หลายท่านก็อาจจะมีคำถามว่า แล้ว 5G มันดีกว่า 4G ยังไง แค่เน็ตเร็วขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ หรือมันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะทุกวันนี้หลายคนก็สามารถใช้ 4G สำหรับเล่น Facebook ดูคลิปยูทูป หรือ Live สดกันได้รวดเร็วอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการกระตุกไปบ้างก็ตาม
          ซึ่งสเปกเบื้องต้นของ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5G เท่าที่อัพเดทข้อมูลออกมาก็เช่น
  • สามารถให้ความเร็วสูงสุดได้ถึง 10Gbps
  • มีความเสถียรสูงกว่าเครือข่ายทั่วไป ครอบคลุมพื้นที่ได้ 100%
  • Latency หรือระยะเวลาการเชื่อมต่อไปยังปลายทาง น้อยกว่า 0.001 วินาที
  • สามารถรองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ เพิ่มขึ้นได้ถึง 100 เท่า ในแต่ละพื้นที่
  • ใช้พลังงานเพื่อเชื่อมต่อน้อยลง 90% ทำให้ประหยัดอายุแบตเตอรี่ได้
  • มี Bandwidth เพิ่มขึ้นมากกว่าพันเท่าในแต่ละพื้นที่

ทิศทางของเครือข่าย 5G กับประเทศไทย

      สำหรับความจำเป็นที่ต้องใช้ 5G ในเวลานี้บางประเทศมีเทคโนโลยีที่เตรียมรองรับเพื่อใช้งานกันแล้ว เริ่มมีการทดลองใช้งานกันในบางพื้นที่ ซึ่งในส่วนของเมืองไทยยังไม่มีความพร้อมมากนัก เพราะปัจจุบันยังไม่ได้มีการจัดสรรคลื่นในช่วงความถี่สูงเกิน 3GHz ออกมาให้เห็นกัน
      แต่ในปัจจุบัน บรรดาค่ายต่าง ๆ ก็มีคลื่นความถี่กันอยู่ในมือเกินกว่า 100MHz ตัวอย่างเช่น มือถือค่ายดังของจีนอย่าง Huawei ในฐานะที่เป็นผู้นำในด้านการทำเครือข่าย 5G ก็แนะนำให้ประเทศที่ต้องการจะเข้าถึง 5G โดยเร็วมีไม่น้อยไปกว่านี้
      สำหรับในประเทศไทย คาดว่าเร็ว ๆ นี้บรรดาค่ายใหญ่ที่มีความพร้อมในไทยก็คงจะเป็นกลุ่มค่ายใหญ่ เช่น AIS, True, dtac ตามลำดับ
      นั่นเท่ากับว่า เรากำลังเห็นการเตรียมพร้อมของแต่ละเครือข่ายทั่วโลกพัฒนาตนเองให้รองรับการมาของ 5G ตั้งแต่ปีหน้ากันแล้วนั่นเองครับ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2020 คนไทยน่าจะได้ใช้งานแน่ แต่หากยังไม่ทัน โลกก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้อยู่ดี 

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ประยุกต์การตลาดแบบดึงดูด ต้องเข้าใจ Landing Page

การตลาดแบบดึงดูด ต้องเข้าใจ Landing Page

      เรื่องควรระวัง เกี่ยวกับการเข้าถึง Engagement ของ Facebook ที่อาจทำให้สับสนได้ง่าย ๆ ตั้งหลักออนไลน์จะมาอัพเดทประเด็นนี้ให้ฟังครับ
      เนื่องจากในเวลานี้การโพสต์ Content หรือเนื้อหาขึ้นบนเพจ Facebook กำลังเจอปัญหาใหญ่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ การมองเห็น และการเข้าถึงของหน้าเพจ ถูกจำกัดการมองเห็นมากขึ้น ทำให้กลยุทธ์ปั้น Content เพื่อเพิ่มการมองเห็นหรือการสร้างพลังการเพิ่มเติมของ Engagement ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปเริ่มจะได้ผลน้อยลงมากขึ้นเรื่อย ๆ 

      ตรงนี้ฟังดูแล้วอาจจะงง ๆ ว่ามันคืออะไร ก่อนอื่นต้องเข้าใจเรื่องของ Landing Page ก่อนครับว่า มันคือ หน้าโฆษณาของเว็บไซต์ ที่เป็นเสมือน “หน้าจอด” หรือเป็นหน้าแรกหลังจากที่มีคนกดคลิกโฆษณาเข้ามาหาเว็บของคุณนั่นเองครับ
      สำหรับหน้า Landing Page ก็ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องเป็นหน้าแรกของเว็บไซต์หรือเป็นหน้า Home เพราะตัวหน้า Landing Page จะเป็นอีกหน้าหนึ่งที่เจ้าของเว็บจะสร้างขึ้นมาแยกต่างหาก ซึ่งจะเป็นหน้าไว้สำหรับขายสินค้าหรือบริการของเราเลยก็ได้ครับ
      ทั้งนี้ก็มีข้อมูลน่าสนใจว่า โดยธรรมชาติแล้ว บนหน้า Landing Page ถือว่าเป็นหนึ่งในหน้ายอดนิยม ซึ่งมีข้อมูลว่า ในเว็บไซต์ที่โดยเฉลี่ยแล้วมีประมาณ 8-10 หน้านั้น หน้าของ Landing Page เป็นช่องทางหลักที่ทำยอดขายให้กับเว็บไซต์ได้มากกว่า 80-90% เลยทีเดียวครับ ซึ่งหน้านี้ยังเป็นหนึ่งในหน้า Page สำคัญบนเว็บที่ปกติแล้วเวลามีการทำสถิติหรือ Present ลูกค้า หรือผู้บริหาร ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นหน้าที่ถูกนำมาใช้สำหรับการต้อนรับผู้เข้าชมจากภายนอกเว็บไซต์

      หรืออธิบายให้ง่ายเข้า ถ้าหากมีการเปรียบเทียบหน้าต่าง ๆ ของเว็บไซต์ เป็นเสมือนแผนกต่าง ๆ ของบริษัทหรือองค์กร หน้านี้ก็คือ Salesman และ พนักงานขายตัวท็อป
      สำหรับการประยุกต์หน้า Landing Page คุณต้องมีความเข้าใจในบริบทบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตัวแบรนด์ ประเภทสินค้า บริการ และกลุ่มลูกค้าหลักนั่นเองครับ
      ซึ่งหนึ่งในเทคนิคที่ใช้กันกับหน้าเพจนี้ก็คือ การเป็นช่องทางสำหรับการ Convince ให้ลูกค้าเข้ามากรอกข้อมูล เพื่อใช้สำหรับติดต่อกลับ ไปจนถึงปิดการขาย เพื่อใช้การเก็บสะสม Data Base ของเว็บไซต์ ซึ่งก็จะช่วยให้เราสามารถนำข้อมูลไป Research ต่อได้ด้วยครับ
      สำหรับในต่างประเทศ Landing Page เป็นหน้าต่างที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะส่วนหนึ่งคือการที่มีหน้าต่างที่ช่วยนำไปสู่การเก็บข้อมูลผู้บริโภค แล้วก็เป็นสิ่งที่บรรดาร้านค้าออนไลน์และหน้าเว็บไซต์ในเมืองไทยยังขาดแคลนพอสมควรครับ แล้วเมื่อคุณมีข้อมูลมากพอ ตรงนี้เราสามารถ คิดแบบลูกค้า เพื่อทำให้หน้าต่างเว็บและ Content ของคุณให้เข้ากับบริบทของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายได้เลยครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ระวัง Engagement ของ Facebook ทำให้สับสน

ระวัง Engagement ของ Facebook 

      เรื่องควรระวัง เกี่ยวกับการเข้าถึง Engagement ของ Facebook ที่อาจทำให้สับสนได้ง่าย ๆ ตั้งหลักออนไลน์จะมาอัพเดทประเด็นนี้ให้ฟังครับ
      เนื่องจากในเวลานี้การโพสต์ Content หรือเนื้อหาขึ้นบนเพจ Facebook กำลังเจอปัญหาใหญ่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ การมองเห็น และการเข้าถึงของหน้าเพจ ถูกจำกัดการมองเห็นมากขึ้น ทำให้กลยุทธ์ปั้น Content เพื่อเพิ่มการมองเห็นหรือการสร้างพลังการเพิ่มเติมของ Engagement ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปเริ่มจะได้ผลน้อยลงมากขึ้นเรื่อย ๆ 

      เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ทางการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็พบกับสถิติที่น่าสนใจว่า การสร้างโพสต์ Content ขึ้นบนเพจ Facebook จากแบรนด์ชื่อดังเป็นจำนวนมากกว่า 10,000-20,000 บริษัท มีการแข่งขันที่รุนแรงมาก แต่การเข้าถึง Facebook Page ด้วยการใช้ Content สามารถเพิ่มพลังการเข้าถึงและการมองเห็นได้มากขึ้น ซึ่งต้องใช้ประมาณ 4-5 ครั้งต่อ 1 วัน
      สำหรับข้อมูลที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ พบว่าการโพส Content มีส่วนช่วยเพิ่มการเข้าถึง Engagement ต่อโพสต์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นครั้งต่อวัน สำหรับในส่วนของการทำ Content ที่ไม่ได้ใช้การยิงแอดโฆษณา
แต่ตรงนี้ก็มีข้อควรระวังคือ หลายครั้ง จำนวนการมองเห็นของ Engagement ถึงแม้จะมีสูงมาก ตั้งแต่หลักพัน-หมื่น อาจจะไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้เพจมีการเคลื่อนไหวที่มากเสมอไป อีกทั้งการมองเห็นที่ว่านั้น ก็ต้องประเมินด้วยว่าเกิดจากการใช้ Content ประเภทไหน และเป้าหมายคืออะไร เพราะอาจจะไม่ก่อให้เกิดยอดขายหรือการแชทเข้ามาใน Inbox ซึ่งส่วนนี้ขึ้นอยู่กับว่า เราทำ Content ประเภทไหน ที่จะเรียกการเข้าถึง Engagement
      แต่ถึงกระนั้น การโพสต์ Content แบบประจำวันก็ยังมีความจำเป็นอย่างมากครับ เพราะถ้าหากเราไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ บนหน้าเพจ Facebook ของแบรนด์สินค้าเลยภายใน 18-24 ชั่วโมง ก็จะส่งผลในแง่ที่ทำให้การมองเห็นก็จะลดลงไปโดยปริบาย ซึ่งอาจส่งผลมากกว่า 50% ของการเข้าถึงในเพจ
      ดังนั้นแล้ว ถึงแม้ว่า Engagement อาจจะให้ตัวเลขหลอก หรือการเข้าถึงที่ไม่ได้ส่งผลต่อยอดขายจริง แต่อย่างน้อยก็ควรต้องมีการโพสต์ Content เพื่อสร้างการเข้าถึงให้กับเพจครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

รวมเรื่องควรระวัง สำหรับ SEO Content

เรื่องควรระวัง สำหรับ SEO Content

      มีหลายเรื่องที่เป็นข้อควรระวังสำหรับ SEO Content ซึ่งทาง ตั้งหลักออนไลน์ เห็นว่าควรอัพเดทครับ เพราะเวลานี้ในหลายเว็บเพจกำลังนิยมทำเป็นจำนวนมากเพื่อช่วยการเพิ่มอันดับการค้นหาของ Google Ranking แต่ก็มีหลายเรื่องที่ควรระวังเช่นกัน มาลองดูว่า เรื่องที่ควรระวังเหล่านั้นมีอะไรบ้างครับ

ต้องระวังการใช้ Keywords

      เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ เมื่อการทำ SEO แบบเทคนิคที่ใช้ Keyword Density ในปริมาณมาก หรือการซ้ำบ่อย ๆ เวลานี้จะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เพราะตัวประเมินของ Google ก็มีการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมบ่อยขึ้นนั่นเอง
      สำหรับในส่วนนี้ สามารถใช้เครื่องมือบางตัวของ Google ในการวิเคราะห์ Keywords ที่เกี่ยวข้องได้ 

เมื่อเว็บเพจขาด Content ที่มีสาระมากพอ

      หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อการสร้างสรรค์ Content ที่มีคุณภาพและน่าดึงดูด ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการทำ SEO ในเวลานี้ และยังเป็นสิ่งที่ Google ชอบที่สุดด้วย โดยเฉพาะถ้ามี Content ที่มีเนื้อหาสาระที่ดี ก็จะช่วยทำให้คนกลับเข้ามาอ่านซ้ำมากขึ้น ซึ่งการค้นหาของอัลกอริธึมจาก Google ก็จะมีการจัดอันดับของเว็บและการค้นหาผ่าน Keyword ต่าง ๆ ได้มีอันดับที่สูงขึ้นไปด้วย
      ดังนั้นถ้าเราไม่สนใจการสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้เว็บไซต์ ไม่มี content ถือว่าเป็นเรื่องอันตราย และอาจจะทำให้เว็บไซต์หรือเพจของเราร้างไปเลยครับ
      ดังนั้นในระยะยาวแล้ว การเข้าถึงแบบ Organic Reach จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเว็บไซต์มีคะแนนคุณภาพที่ดี ซึ่งก็มาจาก Content ที่มีเนื้อหาสาระดีพอ

ปัญหาเรื่อง Backlinks

      เป็นหนึ่งในเทคนิคการทำ SEO แบบเก่า ซึ่งเน้นการทำ Backlinks จำนวนมากใน Content เพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงภายในเว็บเพจ แต่วิธีการนี้กำลังมีปัญหาและจะถูกอัลกอริธึมของ Google ตัดคะแนน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระวังอย่างยิ่ง

ใช้ภาพและ Script มากเกินไป

      ในแง่ของการประเมินคะแนนของ SEO จะส่งผลพอสมควร โดยเฉพาะการใช้ภาพสำหรับประกอบใน Content ของเว็บเพจ ซึ่งหากมีขนาดใหญ่เกินไปจำนวนมาก หรือมีการทำ Script มาเกินไป ก็พร้อมจะส่งผลต่อการอัพโหลดของหน้าเว็บ ทำให้โหลดช้าลง ซึ่งหากมาก ๆ เข้าก็จะเป็นการเสียโอกาสที่คนจะเปิดดู เพราะการเข้าดูทางโซเชียล โดยพฤติกรรมของคนแล้วก็พร้อมจะเลื่อนกดออกได้เสมอเหมือนกัน

ปัญหาการใช้ Keyword ไส้แห้ง

      ในแง่นี้ก็คือการที่เราเลือกกำหนด Focus Keywords ที่เป็นคำใหญ่เกินไป กว้างเกินไป ไปจนถึงเลือกใช้คำประเภท ไส้แห้ง หมายถึง ไม่ได้ส่งผลต่อการขาย การซื้อสินค้า บริการ รวมถึงการเลือกใช้คำที่มีการแข่งขันสูง แต่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการทำ SEO Content มากพอครับ

การใช้ Backlink มากเกินไป

      เนื่องจาก ตัวจับของอัลกอริทึมของ Google จะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินและให้คะแนนของ Content ไปเรื่อย ๆ ข้อหนึ่งที่ต้องระวังคือ การทำ SEO โดยใช้เทคนิคเพิ่มจำนวนลิงก์ภายในมากเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดีครับ เพราะตัวประเมินของ Yoast SEO จะให้คะแนนลดลง สำหรับคนทำสาย WordPress ที่ใช้ Yoast เข้ามาช่วย จะเห็นภาพมากขึ้น
      ในภาพรวมแล้ว การสร้างสรรค์ Content ที่มีประโยชน์และหมั่นอัพเดทบ่อย ๆ แม้จะเป็นวิธีการที่เรียบง่ายแต่ก็ได้ผลดีที่สุดในระยะยาวครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Facebook เปลี่ยนแปลงหน้าจอบนมือถือ 2020

Facebook เปลี่ยนแปลงหน้าจอบนมือถือ 

      Facebook เปลี่ยนแปลง การแสดงผลบนมือถือ ซึ่งก็ได้เริ่มใช้งานรูปแบบใหม่นี้มาแล้วตั้งแต่ เดือนสิงหาคม 2019 ที่ผ่านมา แถมยังเป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าจอแสดงผลครั้งใหญ่ด้วย ตั้งหลักออนไลน์ จึงอยากจะอัพเดทประเด็นนี้ให้ทุกคนทราบครับ ว่ามีอะไรบ้าง แล้วจะส่งผลอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะการทำ Content และโพสต์ต่าง ๆ รวมถึงการยิงแอดโฆษณา ที่อาจจะต้องปรับในเรื่องของภาพ และวีดีโอ ไปจนถึงการเขียนหัวข้อด้วย

หน้าจอการแสดงผล

      อันที่จริง หน้าจอการแสดงผลของ Facebook มีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนมาตลอดอยู่แล้ว แต่ในครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบพอสมควรสำหรับบริษัทเอเจนซี่และฝ่ายทำโฆษณา ไปจนถึงฝ่ายสร้างสรรค์หรือ Creative ที่อาจจะต้องปรับการทำ Content ให้เข้ากับรูปแบบการแสดงผลที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้น
      โดยในรายงานที่มีการเปิดเผยออกมา พบว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลกระทบใหญ่ ๆ คือ 

1.Headline หัวข้อ หรือตัวพาดหัว

      เนื่องจากเนื้อหาข้อความ Text ที่ใช้สำหรับดึงความสนใจ และเป็นส่วนของแคปชั่นหน้าแสดงผลจะถูกให้ลดเหลือเพียง 3 บรรทัด จากเดิมอยู่ที่ 7 บรรทัด แต่ตรงนี้หากคลิกเข้าไปแล้วเราก็ยังสามารถกดดูเพิ่มได้ครับ
      ทีนี้ในส่วนที่จะส่งผลกระทบยังไง เรื่องที่เจอแน่ ๆ ก็คือ การเขียน Headline หรือหัวข้อ ในส่วนนี้จะกลับมาได้รับความสำคัญมากขึ้น ไม่แพ้การใช้รูปภาพ เนื่องจากการแข่งขันของหลายเพจก็จะรุนแรงขึ้นจากการที่ข้อความพาดหัวถูกจำกัด
      ดังนั้นในภาพรวมแล้ว การเขียน Content ในส่วนของ Headline จะกลายเป็นเรื่องที่ถูกโฟกัสมากขึ้น และสู้ในส่วนนี้เยอะขึ้นด้วย นี่จะกลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ Content Writer และฝ่าย Digital Marketing จะต้องเจอนับจากนี้ไป

2.ภาพ และ วีดีโอ จะถูกลดขนาดลง

      โดยในส่วนของการแสดงผล ข้อนี้ส่งผลกระทบมาก เพราะการใช้ภาพและวิดีโอเป็นตัวดึงความสนใจและเพิ่มการมองเห็นของหลายเพจใน Facebook โดยจะมีการลดขนาดการแสดงผลให้เหลือเพียงสัดส่วน 4:5 เท่านั้น
ที่จริงในประเด็นนี้ หากกดเข้าไปดูจะสามารถดูในขนาดเดิมได้ แต่จุดที่อาจจะเป็นปัญหาก็คือ ต้องมีการปรับเปลี่ยนขนาดภาพให้เข้ากับการแสดงผล โดยเฉพาะภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไป และการทำภาพแบบแนวตั้ง

      อันที่จริงก่อนหน้านี้ เรื่องการแสดงผลของ Facebook จะมีผลกระทบในส่วนของ เพจ กลุ่ม และ Marketplace มาบ้าง แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด ก็จะกระทบไปทุกส่วน โดยเฉพาะการดูทางมือถือ ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางหลักที่แซงหน้าการเข้าถึงบน Desktop ไปแล้วนั่นเอง นี่จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องปรับตัวและให้ความสำคัญมากขึ้นครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

พลิก Content น่าเบื่อให้ปัง ด้วย Description

พลิก Content ให้ปัง ด้วย Description

      ตั้งหลักออนไลน์ มาช่วยอัพเดท กลยุทธ์แก้ Content น่าเบื่อ ด้วยการทำ Description ซึ่งจะเป็นตัวช่วยทำให้อันดับการค้นหาของ Google Ranking ดีขึ้นมากครับ

      ที่จริงแล้ว Content น่าเบื่อ ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีคนสนใจ หรือขายไม่ออก เพราะเอาเข้าจริงมีคนสนใจเสมอ ถ้าเราทำ Content ได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือกลุ่มที่ต้องทำการตลาดกับสินค้าประเภทจริงจัง
      เอาเป็นว่าถ้าให้อธิบายง่าย ๆ นอกเหนือจาก พาดหัว ชื่อ Title ภาพประกอบ ที่จะเป็นตัวเรียกคนเข้ามาดูได้ดีมากแล้ว ในส่วนที่จะช่วยเพิ่มการมองเห็นได้ดีมากก็คือ บทบรรยายเพิ่มเติม ที่บอกว่า ไอ้เรื่องที่เรานำเสนออยู่ มันมีเรื่องราวย่อ ๆ ยังไงบ้าง
      ซึ่งส่วนนี้ ต้องสรุปประเด็นให้ชัดเจนภายใน 1 บรรทัด เพราะถ้ายาวกว่านั้น มันไม่ได้ช่วยอะไรต่อตัวจัดอันดับของ Google ครับ
      แต่จะเขียนส่วนนี้ยังไงให้โดนละ??? ให้คิดว่า คุณต้องการสรุปอะไรให้คนอ่านภายในหนึ่งบรรทัด แต่แน่นอนว่าในนั้นก็ต้องมี Focus Keyword ที่คุณเลือกใช้ขึ้นนำมาด้วยครับ 

      ตรงนี้หลายเพจที่แข่งขันกันสูง ๆ นิยมใช้กันสองแบบ คือ ทำ Meta Description สำหรับ SEO เพื่อช่วยต่อผลของการจัดอันดับ กับ ส่วนที่เขียนบนหน้าเพจ เพื่อเรียกความสนใจบน Feed หน้าจอของ Facebook ซึ่งในส่วนนี้คล้ายกับการทำเพื่อ SEO อยู่บ้าง แต่ที่สำคัญคือ ภายใน 1-2 บรรทัด คุณต้องชัดเจนว่าจะสื่อสารอะไร กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งตรงนี้ต้องตีโจทย์ว่าเราต้องการคนอ่านกลุ่มไหน จะเป็นกลุ่ม Mass หรือคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในวงการธุรกิจนั้น ๆ หรือต้องการสื่อสารกับคนในกลุ่มธุรกิจนั้นเป็นหลัก ถ้าตอบตรงนี้ได้ การทำ Description ให้ดี ๆ ก็ไม่ยากครับ
      สำหรับสายทำบน WordPress เราสามารถโหลดปลั๊กอิน SEO แบบง่าย ๆ (เช่น Yoast) แล้วก็สามารถทำ Meta Description ดี ๆ ได้ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บเพจนั้น ๆ ได้มากอย่างที่คาดไม่ถึงเลยครับ
      อีกเทคนิคที่ช่วยได้คือ เราอาจจะรีวิวสินค้าทั้งของเรา หรือของบริษัทอื่น ๆ หรือในสายที่เกี่ยวข้องกัน ก็ช่วยเพิ่มอันดับให้ลิ้งค์ของคุณได้เหมือนกันครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Viral Content เรื่องติดเทรนด์ แต่จะแข่งกับเพจใหญ่ได้หรือ

Viral Content ติดเทรนด์ แต่จะแข่งกับเพจใหญ่ได้หรือ

      กลายเป็นกระแสไปแล้ว เมื่อทุกเพจต่างก็หาทางทำ Viral Content หรือเรื่องที่ ติดเทรนด์ เพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็น Engagement หรือเพิ่ม Web Traffic แต่มันช่วยจริงหรือ ตั้งหลักออนไลน์ ก็มีคำแนะนำในเรื่องนี้ครับ

      เนื่องจากในเวลานี้ แทบทุกเพจ ต่างก็อยากจะเพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงของผู้ใช้งานบนหน้า Feed แต่ในเมื่อตอนนี้ Facebook กำลังมีการปรับเปลี่ยนและจำกัด Engagement การมองเห็นลงเรื่อย ๆ และยังมีการบีบให้หลายเพจใหญ่ ต้องยิงแอดโฆษณามากขึ้น การทำ Content โดยเฉพาะการเน้นเรื่องที่กำลังเป็นกระแสและติดเทรนด์ เลยเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งเป้าหมายหลักก็คือ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและมองเห็น แก้ปัญหาการเข้าถึงลดลง ซึ่งรูปแบบนี้เรียกว่า Viral Content
แต่ก็ไม่ได้แปลว่า มันจะเวิร์คเสมอไป เพราะสุดท้ายแล้วมันก็อยู่ที่ว่า “เพจของคุณต้องการนำเสนออะไร”
ไม้ตายเดิม ๆ ของเพจกลุ่มที่ใช้เทคนิคนี้ จะนิยมผสมผสานระหว่างตัวเพจ กับ เว็บไซต์ที่มีอยู่ เช่น การทำคลิกเบท แต่เราพบว่าเพจสไตล์นี้เริ่มจกตกเทรนด์ไปเรื่อย ๆ แล้ว แถมความน่าเชื่อถือก็ตกลงมาอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องยึดอันดับหนึ่ง อาจจะไม่ใช่การติดเทรนด์เสมอไปครับ เพราะใคร ๆ ก็ทำเรื่องนั้นกัน แล้วคุณคิดว่าในขณะที่คน Feed หน้าจอ รับข่าวสาร (ซึ่งแสนจะ Random และ เฉพาะกลุ่มขึ้นเรื่อย ๆ )ทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย โดยการใช้ WeChat เป็นเครื่องมือหลักในการยิงโฆษณาและโปรโมชั่นต่าง ๆ อีกด้วย

      โอกาสที่เพจใหม่ ๆ จะเข้าไม่ถึงกลุ่มคนดูในวงกว้างก็มีสูง รวมถึงเพจที่ต้องการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากยิงแอดมาทำ Content สไตล์นี้ด้วย
      ดังนั้นสิ่งที่เราควรต้องยึดคือ “กลุ่มเป้าหมาย” “คนอ่าน” ไปจนถึงกลุ่มที่อยากจะเข้าถึงเพื่อให้กลายเป็นลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ หรือในกรณีของเพจที่เน้นขายสาระ บันเทิง หรือยอดวิว การทำ Viral ประเภทที่ต้องแข่งขันกับเพจใหญ่ ๆ อาจจะไม่ใช่ทางเลือกอันดับหนึ่งเสมอไป แต่ควรนำเสนออะไรที่สดใหม่มากกว่า ถ้าหากคุณไม่สามารถทำในส่วนนี้ได้เร็วพอ ก็ไม่ควรลงสนามแข่งขันที่คุณรู้อยู่แล้วว่าชนะยากครับ
      แต่ตอนนี้มันยังมี Viral ที่เป็นกระแสรองอยู่อีก เพราะคนเราสนใจดราม่าเรื่องต่าง ๆ ในมุมที่หลากหลาย จากเรื่องเพียงประเด็นเดียว คุณสามารถแตกย่อย Content ออกมาได้หลายมุมมอง ตรงนี้เองที่จะเป็นเวทีของคุณ อยู่ที่ว่าคุณทำได้ดีพอหรือไม่ มันจึงเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์และการนำเสนอที่ “ใครเจ๋งกว่า” คนนั้นก็ได้มากกว่าครับ
      ส่วนเครื่องมือที่แนะนำในการใช้ค้นหาเรื่องที่กำลังติดเทรนด์ เราสามารถใช้ Google Trends เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและคำที่ติดกระแสในช่วงนั้นได้ครับ 

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

แนะนำเครื่องมือของ Google สำหรับ Digital Content ควรมี

เครื่องมือของ Google สำหรับ Digital Content ควรมี

      ตั้งหลักออนไลน์ แนะนำเครื่องมือทำการตลาดของ Google สำหรับคนที่ทำ Digital Content ควรต้องมี

Google Trend

      เป็นเครื่องมือในช่วงการตรวจสอบสำหรับคีย์เวิร์ด เป้าหมายก็เพื่อการค้นหาว่า ช่วงเวลานี้ มีคีย์เวิร์ดอะไรบ้างที่กำลังเป็นกระแส
      แต่ก็ไม่ได้แปลว่า คีย์เวิร์ดที่เป็นกระแสแล้วจะอยู่ยืนนานหรือเหมาะกับตัวเราเสมอไป ต้องประเมินความเสี่ยงและการแข่งขันด้วยครับ เพราะการเป็นกระแสหรือเป็นเทรนด์ในเวลานั้น ย่อมหมายถึงการแข่งขันที่รุนแรงไปด้วย ซึ่งเราก็ต้องประเมินด้วยว่า สินค้าที่เราต้องการเป็นขาขึ้นหรือขาลง หรือว่าเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่จริงแท้แค่ไหน
โดยปกติแล้ว ข้อมูลจาก Google Trend จะเป็นตัวชี้วัดที่ดีได้ระดับหนึ่งเลยว่า “เราควรทำธุรกิจออนไลน์อะไร” หรือ “ควรปรับเปลี่ยนมาธุรกิจตัวไหนแทน”
      ตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังขายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ประเภทกินแล้วขาว ปรากฏว่าเวลานี้กระแสไม่ใช่กินอะไรแล้วขาว หรือมีคู่แข่งมาก ที่อาจจะมีสินค้าเป็นกระแสมากกว่า หรือเห็นผลมากกว่า ถ้าเช่นนั้นก็ต้องปรับเปลี่ยนครับ

Google Keyword Planner

      เครื่องมือสำคัญมากที่ใช้ประเมินว่า คีย์เวิร์ด ที่เราต้องการค้นหา หรือคีย์เวิร์ดที่เราเลือกนั้น มีจำนวนการค้นหาในแต่ละเดือนมากน้อยขนาดไหน
      โดยส่วนใหญ่ที่ใช้งานกัน ก็ยังมีเป้าหมายอีกข้อคือ เพื่อค้นหาว่า จะมีคีย์เวิร์ดตัวไหนบ้างที่จะเป็นโอกาสให้เราได้ปั้นขึ้นมาเพื่อช่วยให้เราสร้างธุรกิจ หรือทำ SEO แล้วเพิ่มอันดับของเว็บเราบน Google ได้นั่นเอง
      ตัวอย่างเช่น ค้นหาคีย์เวิร์ด เวย์โปรตีน พบว่ามีคนค้นหาข้อมูลเยอะในแต่ละเดือน ก็แปลว่าโอกาสของเราก็มากไปด้วย 

Google Adwords

      เป็นอีกเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ ซึ่งใช้สำหรับโฆษณา เพื่อกระตุ้นให้เว็บไซต์ของเราขึ้นมาอยู่หน้าแรกได้ทันที เป็นการช่วยให้คนอื่นได้มองเห็นสินค้าหรือบริการของเราได้รวดเร็วที่สุด
      ข้อดีคือ เราไม่ต้องเสียเวลาทำให้ติดอันดับใน Google ด้วยตนเอง และก็ไม่ต้องใช้ SEO มากนักด้วย และเหมาะสำหรับสินค้าประเภทที่มีการแข่งขันรุนแรง เพราะถ้าใช้เวลานานกว่าจะดันเว็บไซต์หรือเพจขึ้นมา อาจจะไม่คุ้มทุน
แต่ก็มีข้อด้อยคือ ต้องมีค่าใช้จ่าย “ค่อนข้างสูง” โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการที่มีการแข่งขันสูง การแข่งขันกำลังจะกลายเป็นแบบปลาใหญ่กินปลาเล็กไปทุกขณะ
      ดังนั้นการยิงโฆษณาของ Google Adwords ก็จำเป็นต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่จะยิงไปถึงด้วยเช่นกันว่า ตรงกลุ่มอายุ เพศ หรือช่วงเวลาหรือไม่

Google Analytics

      เป็นเครื่องมือสำหรับดูข้อมูลของผู้ที่เข้ามาหน้าร้านของเรา
ข้อดีของเครื่องมือนี้คือ ให้รายละเอียดค่อนข้างมาก เช่น จำนวนผู้ที่เข้ามาชม เข้ามาจากที่ไหนบ้าง แล้วใช้เวลาดูแต่ละหน้านานแค่ไหน กี่นาที และออกไปลิ้งก์ไหนต่อ
      การมีข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์ทางการตลาดได้ชนิดวันต่อวัน หรือเดือนต่อเดือน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
      ตัวอย่างเช่น เรายิงโฆษณาไปยังกลุ่มคนในภาคใต้ เพื่อหวังจะขยายฐานตลาด แต่ถ้าหากว่าจำนวนคนที่เข้ามาดูนั้นมีภาคใต้น้อย ก็แสดงว่าต้องมีปัญหาบางอย่างในการยิงโฆษณาแล้ว ก็จะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ทัน

Google Webmaster Tools

      เป็นเครื่องมือตั้งเพื่อให้ Google สามารถเข้าถึงและช่วยในการติดอันดับ แล้วยังมีประโยชน์คือ เราสามารถใช้ตรวจสอบข้อผิดพลาด รวมถึงเข้ามาดูได้ว่า คีย์เวิร์ดของเราอยู่อันดับที่เท่าไรบน Google Ranking ในเวลานี้แล้ว

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ผ่ากลยุทธ์ McDonald เจาะตลาดจีนด้วย Content บน WeChat

McDonald เจาะตลาดจีนด้วยบน WeChat

      ตั้งหลักออนไลน์ ชวนมาผ่ากลยุทธ์ของ McDonald ซึ่งเป็นแฟรนไชส์อาหารชื่อดังของโลก แล้วยังเป็นหนึ่งในแบรนด์แรก ๆ จากตะวันตกที่สามารถเข้ามาเจาะตลาดจีนได้สำเร็จ โดยเฉพาะการทำตลาดผ่าน Content บนแพลทฟอร์ม WeChat มาดูว่าเขามีกลยุทธ์อย่างไรบ้าง 

เน้นการอัพเดทและสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

      หนึ่งในกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้อย่างจริจังมากก็คือ เน้นการปั้นแบรนด์ของ Mac ให้เป็นมากกว่าแค่ร้านอาหารฟาสฟู๊ด ซึ่งมีอยู่เรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทราบ นั่นก็คือ ร้านของ Mac บางแห่งในต่างประเทศ จะใช้กลยุทธ์ด้วยการจัดแต่งร้านให้เลิศหรูอลังการ ซึ่งกรณีของจีนพวกเขาเน้นการสร้างค่านิยมของการมาทานแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านให้เป็นวัฒนธรรมของครอบครัวในวันหยุดครับ ร้านสาขาหลายแห่งของ Mac ก็เลยเป็นเหมือนร้านที่พ่อแม่พาลูกหลานเข้ามาทานกันในวันหยุดครับ แล้วก็ทำให้รู้สึกว่า แม็คโดนัลด์เป็นอาหารตะวันตกที่มีรสนิยม ซึ่งที่กล่าวมาคือ การทำตลาดออฟไลน์เป็นหลัก
      แต่หลังจากช่องทางตลาดออนไลน์เข้ามาถึง หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การอัพเดทและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์อยู่ตอลดเวลา โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวเองให้เข้ามาบุกตลาดออนไลน์ผสมผสานกับออฟไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดจีน
      ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นแฟรนไชส์แรก ๆ ในโลกตะวันตกที่ทำได้ แต่พวกเขาก็ไม่หยุดนิ่ง ยังมีการปรับตัวเองมาทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย โดยการใช้ WeChat เป็นเครื่องมือหลักในการยิงโฆษณาและโปรโมชั่นต่าง ๆ อีกด้วย

ช่องทาง WeChat

      มีรายงานว่า McDonald ใช้การทำตลาดแบบประจำวัน บนโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการใช้ช่องทาง WeChat เข้ามาช่วยทำตลาดโดยตรง
      ซึ่งทางแบรนด์ Mac ก็ได้มีการเชิญชวนบรรดาศิลปิน ดารา เซเล็บ บางคน จากในยุคกลาง 90 เข้ามาช่วยทำแคมเปญด้วยการชูว่า “The Best wishes from celebrity”
      ปรากฏว่าการใช้กลยุทธ์นี้ฉลาดมาก เพราะเป็นการทำให้เกิด Feed หน้าจอของเซเล็บที่มีผู้ติดตามกันมากอยู่แล้วไปด้วย เป็นการใช้ Content ที่เลือก Keyword ของคำให้เข้ากับสถานการณ์ และดึงดูดความสนใจ

ปั้นด้วย WeChat Mini-Program

      เรื่องนี้กำลังกลายเป็นกลยุทธ์พื้นฐานไปแล้วสำหรับแบรนด์ใหญ่ แบรนด์เล็ก ไปจนถึงแบรนด์เกิดใหม่ ในช่องทางการตลาดทั่วโลก นั่นคือการทำคลิปวีดีโอแล้วแชร์กระจายไปตามแพลทฟอร์มต่าง ๆ
      สำหรับในส่วนแคมเปญของ “The Best wishes from celebrity” ก็ถูกนำมาแชร์ผ่านวีดีโอเช่นกัน รวมถึงการให้ลิงค์โดยตรงเข้ามาในเพจของ Mac ซึ่งจะได้ส่วนลด หรือการ์ดฉลองต่าง ๆ ด้วยการส่งต่อออกไปให้เพื่อนในโซเชียลของตนเองด้วย ซึ่งก็เป็นการเพิ่มเติม engagement สำหรับการมองเห็นบน WeChat ไปในตัวด้วยครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

1 2 3 17
>