Category Archives for "บทความ อีคอมเมิร์ซ"

บัญชี Facebook ถูกบล็อกและแชร์ เพราะอะไร

Facebook ถูกบล็อกและแชร์ เพราะอะไร

      เชื่อว่ามีหลายคนที่โดน Facebook บล็อก ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ และแชร์ Content ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเราถึงโดนบล็อกห้ามโพสต์และแชร์เสียอย่างนั้น ตั้งหลักออนไลน์จะอัพเดทประเด็นนี้ให้ครับ
      เนื่องจากมีบางสาเหตุที่มักพบบ่อย และเป็นปัญหาของการเลือกทำตลาดออนไลน์ด้วยช่องทาง Facebook เป็นหลักนั่นเอง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 

1. การใช้ภาษาหยาบ ก้าวร้าว

      เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยมาก ได้แก่ ใช้คำหยาบคาบ เหยียดหยาม ข่มขู่ผู้อื่น ไปจนถึงการใช้ภาษาที่ส่อว่ามีการคุกคามทางเพศ
      ซึ่งในกรณีนี้ ทุกคนสามารถกดปุ่ม Report เพื่อแจ้งไปที่ Facebook ให้ทำการบล็อกออกจากกลุ่ม หรือบล็อกการโพสต์บน Facebook เป็นการชั่วคราวได้

2.Content ที่สุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความแตกแยก

      เรื่องนี้จะเป็นประเด็นที่ Facebook ให้ความสำคัญมาก เพราะมันอิงกับเรื่องของ เชื้อชาติ ศาสนา สีผิว และเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกบล็อกได้ง่ายมากหาก Report กลับไปด้วยครับ หรือหากถูกมองว่ามีความเสี่ยงในบริบทที่เกี่ยวกับสถานการณ์ในเวลานั้น ก็อาจจะถูกแบนเช่นกัน

3. ภาพโป๊เปลือย

      ทั้งเพศชายและหญิง หรือภาพและคลิปที่แชร์แล้วส่อในประเด็นนี้ หากโดนรายงาน ก็มีสิทธิโดนระงับ Account ได้เสมอ

4. Profile ปลอม

      เป็นอีกหนึ่งกรณีที่ Facebook สงสัยว่า เป็น Profile ปลอม หรือที่มักเรียกง่าย ๆ ว่าร่างอวตาร ซึ่งเรื่องนี้มักพบบ่อยคือ มีการสร้างบัญชีและตัวตนปลอมขึ้นมาบน Facebook หรือแฝงตัวเป็นบุคคลอื่นเพื่อก่อความวุ่นวายหรือเจตนาบางประการ
      กรณีนี้ถ้ามีการรายงานไปกับทาง Facebook อาจโดนระงับ Account ไปเลย

5.มีแนวโน้มว่าปล่อยไวรัส

      เป็นประเด็นที่ Facebook หรือมีการรุมรายงานจากผู้ใช้งานคนอื่นว่าต้องสงสัยที่จะปล่อยไวรัส แน่นอนว่าต้องโดนบล็อกอยู่แล้ว

6.กรณีเข้าร่วมกลุ่ม Facebook group มากเกินไป

      นี่เป็นกรณีที่พบไม่มากนัก แต่มีแนวโน้มมากขึ้น หลังจาก Facebook ถูกนำมาใช้เพื่อการตลาดบนออนไลน์มากขึ้น แล้วยังรวมถึงการเป็นสมาชิกเพจต่าง ๆ อีกด้วย โดยมาตรฐานก็คือ มีการกดไลค์ Page มากกว่า 200 เพจในวันเดียว จะโดนระงับชั่วคราวครับ
      นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่น ๆ เช่น ทาง Facebook มองว่ามีการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ของการเข้าร่วมในโซเชียลมีเดียสาธารณะ ก็จะถูกระวับสิทธิเช่นกันครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

เมื่อคน Gen Y-Z หนุ่มสาวจีน คือลูกค้ารายใหญ่ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

หนุ่มสาวจีน คือลูกค้ารายใหญ่ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

     ตั้งหลักออนไลน์ สำรวจพบว่า คนในช่วงอายุ Gen Y- Z กำลังเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่ในเวลานี้แทบทุกธุรกิจต่างก็อยากจะจับให้ได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ช่องทางไหน แล้วจะนำเสนอแบบไหนดี

     โซเชียลมีเดีย อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึง Live Streaming และแพลทฟอร์มต่าง ๆ ช่องทางเหล่านี้คือกระแสหลักที่เด็กรุ่นใหม่เกิดและเติบโตขึ้นมา ซึ่งพวกเขาต่างก็ใช้งานจนเหมือนเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะจับคนรุ่น ในช่วงอายุ Gen Y- Z ให้ได้ ก็ต้องทำตลาดแบะผลิต Content ที่ดึงดูดคนกลุ่มนี้ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Youtube IG Blog Line
     หรือถ้าเป็นการเจาะตลาดต่างประเทศ เช่นใน จีน คุณก็ต้องใช้เครื่องมือที่วัยรุ่นของประเทศเหล่านั้นใช้อยู่ เช่น WeChat Tiktok

    แล้วจะทำ Content แบบไหนดี ถึงจะดึงดูคนกลุ่มนี้ได้จริง ๆ ตรงนี้เรามีข้อมูลบางส่วนจากการสำรวจ ที่พบว่าปัจจัยหลักมาจากคนหนุ่มสาวเป็นผู้นำทางด้านไลพ์สไตล์

  • คนหนุ่มสาวเกิดและเติบโตในยุคอินเทอร์เน็ต ใช้ชีวิตอยู่กับมือถือทุกวัน
  • คนหนุ่มสาว ชอบความเป็น Unique ที่แตกต่างกัน
  • มีแนวโน้มว่า มีความต้องการสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมากขึ้น
  • ช่องทางค้าปลีกอีคอมเมิร์ซยุคใหม่ เน้นการทำงานบนแพลทฟอร์มมือถือเพิ่มขึ้น
  • คนรุ่นใหม่ ใส่ใจกับคุณภาพสินค้าและความพอใจของตนมากขึ้น

    แน่นอนว่า บรรดานักการตลาดทั่วโลก ต่างก็อยากจับกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนของตัวเองทั้งนั้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และคนที่เกิดในช่วงอายุ Gen Y- Z เพราะแม้ว่าคนกลุ่มนี้ส่วนมากจะยังไม่มีความสามารถในการสร้างรายได้ของตนเอง แต่ก็เป็นกลุ่มใหญ่ของโลกที่มีความต้องการซื้อสินค้าในด้านต่าง ๆ ที่สูงมาก และยังเป็นกลุ่มที่มีลักษณะทที่ต้องการสินค้าประเภทที่มีอัตลักษณ์ของตนเองมากขึ้น

    นี่จึงเป็นพื้นที่สำหรับ บริษัท หรือผู้ผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์หน้าใหม่ ๆ ที่ต้องการฉีกตัวออกจากพื้นที่แข่งขันในตลาดกระแสหลักที่นายทุนรายใหญ่ครอบครองอยู่แล้ว เพราะเป็นการยากที่จะเบียดแข่งได้ นอกเสียจากว่า จะสามารถพัฒนาสินค้าและบริการที่ตามเทคโนโลยีและเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคหมู่มากได้

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

รวมปัญหาที่พบบ่อยของการยิงแอดบน Facebook

ปัญหาการยิงแอดโฆษณา Facebook

      ในเวลานี้ เจ้าของ Facebook Page และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อาจจะพบปัญหานี้กันอยู่ ตั้งหลักออนไลน์จึงอยากอัพเดทปัญหาที่เราพบบ่อยของการ ยิงแอดโฆษณา Facebook ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ยิ่งในเวลานี้ทาง Facebook กำลังปรับลดการเข้าถึง Engagement ให้ลดลง ก็ยิ่งส่งผลกระทบกันไปหมด

เมื่อกลุ่มเป้าหมาย Target Group ไม่ตรงกับการยิงแอด

      เป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่เจอกันแทบทุกเพจ ปัญหานี้มาจากการที่เลือกกลุ่มเป้าหมายผิดพลาด หรือที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เลือกกลุ่มเป้าหมายถูกต้องแล้ว ตามที่เราต้องการ แต่ปรากฏว่า กลุ่มนี้ไม่ใช่ลูกค้าที่จะซื้อสินค้าและบริการของเราเสียอย่างนั้น
      นี่จึงเป็นหนึ่งในปัญหาที่น่ากลัวมาก เพราะมันหมายถึงการจ่ายค่ายิงแอดออกไป แต่เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง เท่านั้นไม่พอ ช่วงหลังมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนที่พบเรื่องแปลกๆว่า คนที่เข้ามาตอบในเพจ กลับเป็นคนต่างชาติ โดยเฉพาะจากในอาเซียน ซึ่งก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเราเสียอีก แล้วปัญหานี้ยังเกิดขึ้นได้ เมื่อเราเลือกกลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไปอีกด้วย
      ปัญหานี้ยังมักมาจากการที่ Facebook Page มีการเปลี่ยนแปลงการมองเห็นที่ลดลง ทำให้มันยิงแอดไปที่กลุ่มเป้าหมายไม่ถูกต้องตามที่เรากำหนดไว้ได้ดีพอ หรือในช่วงที่ Facebook มีอาการรวน ก็อาจทำให้การยิงแอดของเราไม่ได้ตามที่ต้องการจริง

      ตัวอย่างเช่น ตั้งค่าให้กลุ่มลูกค้าเป็นวัยรุ่นในโซนกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล แต่ลูกค้าที่ได้ดันเป็นกลุ่มคนต่างด้าวที่อาศัยในภาคเหนือ

      สำหรับการป้องกันที่เราพอทำได้คือ ต้องคอยตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายที่เลือกในการยิงแอดครับ โดยเฉพาะช่วงอายุ โลเกชั่น ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย

ปัญหาได้ไลค์แต่ไม่เกิดยอดขาย

      อีกหนึ่งในปัญหาสุดคลาสสิก ซึ่งใน Facebook Page ของหลายร้าน หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เปิดส่วนตัวแล้วมีปัญหาคือ พบว่ามีคนกดไลค์ถึงหลักหลายพัน - หลายหมื่น แต่ยอดคนซื้อกลับไม่ได้ตามจริง คนทัก IB แทบจะไม่มี ซึ่งทางแก้ไขที่แนะนำคือ ย้อนดูว่าที่มาของยอด Like มาก ๆ ที่จริงแล้วเกิดจากอะไร มาจากยิงแอด หรือมาจาก Content แต่คนที่จะเลือกซื้อสินค้ากลับไม่มี
      ตรงนี้ต้องย้อนกลับไปว่า แล้วที่มาของยอดไลค์ที่คุณได้เยอะๆ มันมาจากไหน ซึ่งต้องกลับไปวิเคราะห์ในส่วนนั้นใหม่ด้วยครับ เพราะถ้ามาจากการยิงแอด ก็มีแนวโน้มที่ต้องยิงไปตลอด
      หนึ่งในทางแก้ไขที่หลายเพจใช้กันคือ การสร้าง Content แบบ Organic เพื่อแก้ปัญหาการโพสและการเข้าถึงของหน้าเพจแบบธรรมชาติ แต่ก็ต้องลงถี่และต่อเนื่องครับ      

Engagement ต่ำ

      เป็นปัญหาเรื่องการกด Engagement ที่นับวันก็จะมีแต่น้อยลง เมื่อ Facebook Page ถูกจำกัดการมองเห็น ซึ่งเป็นปัญหาแทบจะทุกเพจ ไม่ว่าจะเพจที่มีคนติดตามเยอะอยู่แล้ว หรือเพจเกิดใหม่ พอเจอแบบนี้ หลายคนเลือกการยิงแอดเพื่อกระตุ้นการมองเห็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริธึมของ Facebook ที่ทำให้การมองเห็นต่ำลงด้วยครับ
      นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่หลายเพจเลือกแก้ไขการเข้าถึงที่ลดลงด้วยการทำแฮชแท็ก และ โพสถี่ต่อวัน แต่เราพบว่าการทำแฮชแท็กจำนวนมากต่อโพสไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะยิ่งทำให้การมองเห็นลดลงด้วย ในขณะที่จำนวนการโพสต่อวันตอนนี้ แนะนำที่ 2-5 ครั้งต่อวัน แต่ไม่ควรถึง 8-10 ครั้ง เพราะจากสถิติพบว่าการเข้าถึงของเพจเหล่านั้นจะลดลงครับ    

Content ภาพและพาดหัวไม่ดีพอ

      เมื่อ Content ไม่น่าสนใจ ถึงยิงแอดไป แต่การตอบสนองก็อาจจะไม่ได้ดีเท่าที่ควรครับ เพราะฉะนั้น Content ถึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ภาพประกอบ พาดหัวเรื่อง และเนื้อหาที่สื่อออกไปด้วย ซึ่งข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนพลาดไปครับ เพราะคิดว่ายิงแอดก็พอแล้ว
      แต่ให้ท่านลองดูว่า ถ้าวันหนึ่งจะไม่ยิงแอดแล้ว จะทำยังไงละ เพราะฉะนั้นยังไงก็ต้องใช้ Content ที่น่าสนใจเพื่อการรักษาเพจของเราครับ

      เมื่อรู้ปัญหาเหล่านี้ อย่างน้อยที่สุด ก็อาจจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการยิงแอดโฆษณาแล้วทำให้เราสามารถวางแผนการตลาดอื่น ๆ หรือทุ่มให้กับ Content ซึ่งจะช่วยเราได้ดีกว่าครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

TikTok และ Youtube เอาช่องไหนดี

TikTok และ Youtube ช่องทางไหนดี

      TikTok และ Youtube ทำคอนเท้นต์ช่องทางไหนดี ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อน การทำคลิปเผยแพร่ ก็คงต้องลงยูทูปอย่างเดียว แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะกลายเป็นว่า Tiktok หรือ Douyin เป็นแพลทฟอร์มทำคลิปวีดีโอสั้นและ Live Stream ที่มาแรงสุดในโลก แถมคนใช้ยังเป็นวัยรุ่นจำนวนมากด้วย
      โดยล่าสุดที่ผ่านมา มีรายงานออกมาว่าแพลทฟอร์ม Tiktok สามารถทำรายได้มากกว่า 110 ล้านเหรียญทั่วโลก หากคิดจากในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมานี้เอง

      เท่ากับว่านี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เหมาะมากในการเผยแพร่คลิปวีดีโอขนาดสั้นๆ ซึ่งก็มีบางคนคาดการณ์ว่านี่อาจจะเป็นการท้าชนกับแพลทฟอร์มใหญ่สุดของโลกในด้านนี้อย่าง Youtube
      นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากบริษัท Bytedance ที่เป็นต้นสังกัดซึ่งเปิดเผยว่า Tiktok กลายเป็นแอปพลิเคชั่นสัญชาติจีนในกลุ่มที่ ไม่ใช่เกม แล้วสามารถทำรายได้มากที่สุดของจีนในเวลานี้
      แล้วยังมีข้อมูลอีกว่า ในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา Tiktok ได้ติดอันดับ Top10 ของแอปพลิเคชั่นที่มีผู้ใช้งานนิยมดาวน์โหลดจาก Google Play มากที่สุด และหากเปรียบเทียบระหว่าง Tiktok กับ ยูทูป ซึ่งฝ่ายหลังทำเงินได้มากถึง 76 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนเมย. โดยรายได้หลักมาจาก สหรัฐ 56.4% และอันดับสองจากญี่ปุ่น 11%
      ส่วนแอปพลิเคชั่นอื่นๆที่กำลังมาแรงสำหรับในเดือนที่ผ่านมา ได้แก่ Tinder, Disney+ และ Tencent Video ซึ่งทั้งหมดเป็นแอปด้านบันเทิง โซเชียลมีเดีย ไลพ์สตรีม

      สำหรับรายได้หลักของ Tiktok หลายคนอาจสงสัยว่ามาจากอะไรบ้าง? แน่นอนว่าก็มาจากการค่าโฆษณาเป็นหลัก โดยเฉพาะการจ่ายเหรียญที่เรียกว่า Douyin Coins ที่ผู้ใช้งานจะกดจ่ายหรือเปย์ให้กับ KOL หรือ Influencer ที่รีวิวสินค้า เต้น ร้องเพลง สอนทำอาหาร หรือสอน How-To ต่างๆ

      ดังนั้นจะใช้ช่องทางไหนเป็นตัวเผยแพร่คลิปหรือไลพ์ของเรา อาจจะต้องเลือกสักเล็กน้อย ว่าเราอยากทำคลิปสไตล์ไหน รูปแบบ Content ยังไง เพื่อให้ถูกกลุ่มเป้าหมายด้วย

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Keywords ผิด ปัญหายิงแอด Google Ads ไม่รุ่ง

Keywords ผิดยิงแอด Google Ads ไม่รุ่ง

      ไม่ทราบหลายท่านจะเคยสงสัยหรือไหมว่า ทำไมยิงแอดโฆษณาไปแล้ว แต่ยอดคลิกเข้าเว็บของเรายังน้อยเกินไป ตั้งหลักออนไลน์จึงอยากอัพเดทปัญหาของการยิงแอด Google Ads ที่มีปัญหาซึ่งมักมาจากการวิเคราะห์ Keywords ผิด ในขณะที่ค่ายิงแอดโฆษณาเองก็ค่อนข้างแพง และต้องจ่ายอยู่ทุกเดือน แต่ดูเหมือนจะไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก
      จากหลายกรณีศึกษา เราพบว่าการทำ SEO Content ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ และทำคู่ขนานกันไปได้ด้วย แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การวิเคราะห์ Keywords ที่เหมาะสม และตรงประเด็นครับ 

Keywords คือหัวใจสำคัญของการยิงแอด

      เนื่องจากสิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้การค้นหาคำเหล่านี้พบเว็บไซต์ของเราให้เห็นอันดับดีขึ้นได้นั้น พบว่าการยิงโฆษณาด้วย Google Adwords คือหนึ่งทางเลือกที่สำคัญแบบหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้ววิธีนี้สามารถช่วยให้การค้นหาเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาติดอันดับอยู่ในหน้าแรกทันที เรียกอีกอย่างว่า Paid Search
      แต่ปัญหาที่เราพบหลังจากยิงแอดไปแล้ว คือมักพบว่ามีการตอบรับไม่ดี บางทีมาจากเรื่องการเลือกใช้คำ Keywords ที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย หรือไม่ได้เจาะจงสินค้าและบริการของเว็บไซต์คุณมากพอครับ ตรงนี้เราต้องวิเคราะห์ถึงกลุ่มเป้าหมายของเรา และลักษณะการเลือกใช้คำเพื่อค้นหาบน Google ด้วยว่า มันใช่หรือไม่
      โดยเราสามารถเลือกจากคำค้นหาที่เป็น Keywords ใหญ่ ๆ และเลือกค้นหาจากคำที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (Relate Keywords)
      ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการค้นหาคำว่า “ที่พักพัทยา” เมื่อเราพิมพ์การค้นหาของคำนี้ลงใน Google ก็จะมีคำอัตโนมัติขึ้นมาให้เลือกเพิ่มเติมอีก เช่น ที่พักพัทยา ราคาถูก, ที่พักพัทยา ใกล้ทะเล, ที่พักพัทยา โรงแรม

Content กับ Keywords ที่เป็นคำเฉพาะทาง

      เนื่องจากบาง Keywords จะเป็นคำที่ค่อนข้างเฉพาะทาง ซึ่งความเฉพาะของมันอาจจะมีทั้งคำเฉพาะที่รู้จักในวงกว้าง และคำเฉพาะในวงการนั้น ๆ เช่น เครื่องเกม PS4, ไวนิล, เห็ดถั่งเช่า, แฮรี่ พอตเตอร์, Street Food เป็นต้น
      ซึ่งในแง่นี้ ส่วนสำคัญที่ต้องเลือกคือ Keywords ที่เป็น Focus Keywords และคำรองหรือคำที่เกี่ยวข้องซึ่งเรียกว่า Relate Keywords ซึ่งทั้งหมดนี้ก็มีการแข่งขันสูงมากเช่นกัน
      โดยปกติแล้ว การวิเคราะห์ Keywords จะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมาย หรือ สัดส่วนในการค้นหาที่แท้จริงในแต่ละเดือน ซึ่งถ้าสามารถเลือกคำรองที่เกี่ยวข้องได้ดีพอ ก็จะช่วยให้ Keywords มีประสิทธิภาพได้

ที่จริงแล้วการยิงแอดอาจจะไม่ได้ผลดีเสมอไป

      การยิงแอดหรือซื้อโฆษณา สามารถช่วยกระตุ้นการเข้าถึงของเพจได้ดีในระยะแรก แต่เมื่อจะทำการตลาดในระยะยาว เนื่องจากการยิงแอดเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำได้ ถ้าหากมีเงินหรืองบประมาณมากพอ แต่แม้ว่าจะทำให้อันดับของเว็บขึ้นมาอยู่ต้น ๆ ข้อเสียก็มีเช่นกัน คือมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นไปด้วยตามความยากและความถี่ของการใช้คำที่ค้นหา ไปจนถึงความนิยมของคำเหล่านั้นในภาพรวมด้วย
      นอกจากนี้ เริ่มสัดส่วนของผู้ที่คลิกเข้ามาในเว็บเพจที่ไม่ได้ยิงแอด ก็เริ่มมีมากกว่าเว็บที่ยิง สำหรับบางสินค้าและบริการ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือของแบรนด์มากกว่า ก็เลยอาจจะทำให้การยิงแอดโดยที่ไม่ได้วิเคราะห์ Keywords หรือปั้นแบรนด์มากพอ อาจจะส่งผลเสียกลับมาได้ เพราะสุดท้ายแล้วก็จะต้องยิงแอดไปเรื่อย ๆ เนื่องจากอัลกอริทึมของ Google และ Facebook จดจำแล้วว่าเว็บเพจของเราเน้นที่การยิงแอดเป็นหลักนั่นเอง 

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

การใช้อินเทอร์เน็ต กับธุรกิจยุค Digital

อินเทอร์เน็ตกับธุรกิจยุคดิจิทัล

      ที่จริงแล้ว แค่ดูสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทย ก็เข้าใจได้ไม่ยากครับ ซึ่งทาง ตั้งหลักออนไลน์ จะนำมาอัพเดทเพิ่ม เนื่องจากมีรายงานว่า ในปี 2018 ที่ผ่านมา คนไทยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ต 82% จากทั้งประเทศ

      เกี่ยวกับรายละเอียด เป็นการสำรวจข้อมูลจากจำนวนประชากรไทยกว่า 69 ล้านคน พบว่าใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า 57 ล้านคน และในผู้ใช้งานนั้น เป็นผู้ที่อยู่อาศัยในเขตเมืองที่ 53% คิดเป็น 82% ของประชากรทั้งหมด
สำหรับผู้ใช้งานที่มีการ Active อยู่บนแอพลิเคชั่นต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย พบว่ามีจำนวนประมาณ 51 ล้านคน หรือคิดเป็น 74% ของประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว
      นอกจากนี้ยังพบว่าข้อมูลของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในภาพรวมก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับปีก่อนที่ผ่านมา ก็มีแนวโน้มที่ผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีถัดไปด้วย
      สำหรับในประเทศไทย ธุรกิจส่วนใหญ่ในเวลานี้กำลังขับเคลื่อนอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะการค้นหาบน Search Engine ตัวหลัก เช่น Google แล้วยังมีรายงานจากเว็บไซต์ Statita ที่สำรวจแล้วพบว่าภายในปี 2018 ที่ผ่านมา ธุรกิจอออนไลน์ หรือช่องทางเว็บอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย มีมูลค่ามากกว่า 3,757 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่า ภายในปี 2018-2023 จะมีการเติบโตขึ้นอีกราว 11.2%
      นอกจากนี้ในรายงานยังขี้ว่า มูลค่าในตลาดนี้อาจจะขึ้นแตะถึง 6,384 ล้านเหรียญ เมื่อถึงสิ้นปี 2023 

      สำหรับในประเทศไทย มีการคาดการณ์ว่า ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ก็คือกลุ่ม สื่อบันเทิง และด้านที่เกี่ยวข้องกับด้านอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มนี้มีมูลค่ากว่า 1,043 ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วยังเป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เมื่อการนำเสนอ Content และข่าวสารต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงจากการนำเสนอแบบออฟไลน์มาบนออนไลน์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสื่อกระแสหลักมาสู่การพอร์ตขึ้นบนโซเชียลมีเดียมากขึ้น
สำหรับการใช้งานของโซเชียลมีเดียบนมือถือก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน และก็มีส่วนสำคัญมากที่ทำให้ธุรกิจหลายประเภทได้เปลี่ยนขึ้นมาใช้งานบนออนไลน์มากขึ้น
      นอกจากนี้ในรายงานยังระบุเพิ่มเติมว่าในปี 2018 ที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้งานโดยรวมมีมากถึง 55.56 ล้านคน คิดเป็น 80% ของประชากรทั้งหมด
      สำหรับผู้ใช้งาน Active ของโซเชียลมีเดียบนมือถือก็มียอดเพิ่มสูงราว 46 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 67% ของประชากรทั้งหมดในเวลานี้
      นอกจากนี้ บริการของหน่วยงานและภาคธนาคารและสถาบันการเงิน ก็เริ่มปรับตัวมาใช้ระบบทางออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้การทำธุรกรรมต่างๆ ของคนไทยเองก็ต้องผูกอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้นอย่างแยกกันไม่ออก ซึ่งเวลานี้หลายคนเองก็ใช้งานแอพทางด้านการเงินอยู่แล้วด้วย
      ในภาพรวมแล้ว นี่จึงเป็นยุคของ ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัว และถ้าผู้ประกอบทั่วไปไม่ยอมปรับตัว ก็อาจจะตกขบวนอย่างไม่ทันรู้ตัวเช่นกันครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

Not Secure ขึ้นบนเว็บไซต์ การใช้ SSL แก้ปัญหาเพิ่มความน่าเชื่อถือ

Not Secure บนเว็บไซต์การใช้ SSL แก้ปัญหา 

      ท่านอาจจะพบคำว่า Not Secure ขึ้นอยู่ด้านหน้าของ URL สำหรับบางเว็บไซต์ ตั้งหลักออนไลน์ จะมาไขข้อกระจ่างว่า มันมีผลดีอย่างไรบ้าง และมีความจำเป็นแค่ไหนกับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต หรือความปลอดภัยบนเว็บไซต์ของเราบ้างครับ

ทำไม URL ขึ้น Not Secure

      เนื่องจากในปัจจุบัน ระบบค้นหาของ Google จะสนับสนุนให้เว็บไซต์มีการเพิ่มการเข้ารหัสข้อมูลและป้องกันผู้ใช้ หรือการแฮกกิ้งเข้ามาจากภายนอกมากขึ้น ซึ่งจะมีการแสดงคำเตือนว่า "ไม่ปลอดภัย หรือ Not Secure"
สำหรับสาเหตุที่มันแจ้งขึ้นมาแบบนั้น เป็นเพราะ เว็บไซต์นั้นไม่ได้มีการติดตั้ง ระบบ SSL นั่นเอง

SSL คืออะไร

      SSL ย่อมาจาก Secure Socket Layer อธิบายได้ว่าคือ โปรโตคอลทางด้านความปลอดภัย ซึ่งมีการกำหนดเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่มีความน่าเชื่อถือที่สุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับเข้ารหัสข้อมูลเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
      ในปัจจุบัน SSL ได้พัฒนาขึ้นเป็น TLS (Transport Layer Security) หมายถึง เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระหว่างเครื่อง Server กับเว็บบราวเซอร์หรือ Application ที่ใช้งาน เพื่อให้ข้อมูลของเราปลอดภัยจากการถูกแฮกเกอร์ได้อีกด้วย
ถ้าหากมีการติดตั้ง SSL ที่เว็บไซต์ ตัว URL ก็จะขึ้นตัวล็อคกุญแจ รวมถึง HTTPS

ความจำเป็นของ SSL กับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต

      Google ให้การสนับสนุนเว็บไซต์ทั่วไปเพิ่มการเข้ารหัสข้อมูลและป้องกันผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งในระยะยาวแล้ว จะมีผลต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ด้วย โดยเฉพาะเว็บที่ต้องมีการโอนเงินหรือทำธุรกรรมทางการเงินบ่อยครั้ง
      สำหรับความจำเป็นของ SSL มาจากการที่มันสามารถช่วยเพิ่มระบบป้องกันความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การชำระเงินทางระบบออนไลน์ หรือทำธุรกรรมใด ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ เช่นการกรอกข้อมูล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจจะถูกดักจับได้ระหว่างรับส่งข้อมูล แต่ SSL จะทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถอ่านข้อมูลของลูกค้าได้
      แต่แน่นอนว่าถ้ามี SSL ติดตั้งไว้ ก็ทำให้เว็บนั้นมีความน่าเชื่อถือในการใช้งานมากกว่า สำหรับมุมมองของผู้ใช้บริการ

กระบวนการทำงานของ SSL

      สำหรับกระบวนการทำงาน จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อเราเข้าไปในเว็บไซต์ที่มีการใช้ SSL จากนั้นทางเว็บไซต์ก็จะส่งกุญแจไขรหัสพร้อมใบรับรองดิจิทัล เรียกว่า SSL Certificate ซึ่งถูกรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ (CA) ซึ่งจากนั้นบนหน้าของ URL ของเว็บที่ติดตั้งก็จะขึ้น HTTPS อยู่ด้านหน้า ซึ่งถ้ามีแจ้งขึ้นมาตามนี้ นั่นแปลว่า เว็บนั้นมีการเข้ารหัสข้อมูลไว้เรียบร้อยนั่นเอง

      สรุปแล้ว SSL ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การรับส่งข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ช่วยทำให้ข้อมูลที่มีการรับส่งโดนแฮกเกอร์หรือคนอื่นที่ต้องการล้วงข้อมูลดักจับได้ยากขึ้น มีส่วนช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือสำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซมากขึ้นด้วยครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ทำเว็บไซต์สำเร็จรูป เรื่องง่ายที่ใครก็ทำได้

เว็บไซต์สำเร็จรูป เรื่องง่ายที่ใครก็ทำได้ 

      ตอนนี้ ยุคของการทำเว็บไซต์อาจจะกำลังกลับมา ตั้งหลักออนไลน์ จะมาแนะนำเกี่ยวกับการทำเว็บสำเร็จรูปที่จะมีประโยชน์สำหรับการตลาดทางอินเทอร์เน็ตครับ เพราะเวลานี้มันไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว เนื่องจากเราสามารถ ทำเว็บไซต์ สำเร็จรูป ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นมา
      สำหรับการทำ เว็บสำเร็จรูป (Web template) เป็นรูปแบบของบริการที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เป้าหมายหลักก็เพื่อให้เราทุกคนมีโอกาสทำเว็บไซต์ของตัวเองได้อย่างง่าย ๆ ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียนเว็บมาก่อน ก็สามารถทำได้

สำหรับข้อดีหลัก ๆ ของเว็บไซต์สำเร็จรูป ได้แก่

  • เราไม่จำต้องเป็นโปรแกรมเมอร์
  • ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเขียนโค้ด
  • เราสามารถใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถทำเว็บของเราเองได้อย่างง่าย ๆ
  • มีเครื่องมือการทำเว็บที่ทำแล้วดูง่าย สบายตา
  • รูปแบบของเว็บ จะรองรับกับการใช้งานบนมือถือ และเครื่องมืออื่น ๆ
  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างเขียนเว็บเอง
  • เจ้าของกิจการสามารถคุมเว็บไซต์เองได้ โดยที่ไม่ต้องรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม
  • เจ้าของเว็บสามารถอัพเดทได้เองทุกเมื่อ โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์เสมอไป
  • มีรูปแบบ Template ที่หลากหลาย

การทำเว็บไซต์โดยปกติแล้ว ปัจจุบันมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่

      1. ทำเว็บไซต์เอง ส่วนใหญ่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ที่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมเป็นอย่างดี และสามารถออกแบบเว็บไซต์ให้เราได้ สำหรับการทำเว็บลักษณะนี้ ยังเหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสินค้าและบริการมาก ต้องมีการทำระบบ อีคอมเมิร์ซ หรือ ต้องการรูปแบบพิเศษของตัวเอง ส่วนมากต้องมีค่าใช้จ่ายสูง
แล้วปัญหาอย่างหนึ่งของการทำเว็บเองคือ การดูแลหลังบ้าน หรือแอดมิน ซึ่งต้องหาคนที่เขียนโค้ดได้ หรือต้องจ้างแอดมินดูแลโดยตรง ขณะที่ผู้ประกอบการหลายแห่งก็อยากจะดึงหลังบ้านมาดูแลเอง หรือบริหารจัดการเอง ก็ทำได้ลำบาก

      2. ใช้เครื่องมือเว็บไซต์สำเร็จรูป (Web Template) ในการทำเว็บ ซึ่งรูปแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ปัจจุบันมี Template ดี ๆ ที่ทำให้การออกแบบมีความหลากหลาย และแม้แต่เว็บชื่อดังหลายแห่งก็ใช้รูปแบบนี้มากขึ้น ไปจนถึงเว็บไซต์เก่า ที่เขียนมานาน แล้วต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เพราะไม่รองรับการดูบนมือถือ หรืออุปกรณ์อื่น เป็นต้น ที่สำคัญคือ การทำเว็บสำเร็จรูป ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มากด้วย แล้วเรายังสามารถเอามาดูแลเองได้

      โดยสรุปแล้ว การทำ เว็บไซต์สำเร็จรูป นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่สำคัญและถือว่ามีความจำเป็นมากขึ้นสำหรับในปัจจุบันที่พบว่าการใช้เว็บไซต์กำลังกลับมามีบทบาทมากขึ้นสำหรับการตลาดบนอินเทอร์เน็ต หรือ Digital Marketing ไปจนถึงการขายสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์ แล้วที่สำคัญคือ เราสามารถทำ SEO Content สำหรับเว็บของเราได้อย่างง่าย ๆ เองด้วยครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

ข้อเด่นของ SEM และ SEO การตลาดเพื่อการค้นหา

ข้อเด่น SEM และ SEO

      เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการมือใหม่ที่กำลังต้องการเข้ามาทำธุรกิจในโลกออนไลน์ ซึ่งทาง ตั้งหลักออนไลน์ จะมาให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้นเกี่ยวกับการทำ SEM (Search Engine Marketing) ว่ามันคืออะไร และมีข้อเด่นหรือข้อด้อยอย่างไรบ้าง

Search Engine Marketing

      Search Engine Marketing (SEM) หมายถึง การทำการตลาดออนไลน์ผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมักใช้วิธี Search Advertising ซึ่งก็คือ การทำการตลาดในรูปแบบของการโฆษณา ซึ่งก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าโฆษณาในลักษณะของ PPC (Pay Per Click) ซึ่งการทำรูปแบบนี้ ผู้ใช้จะต้องจ่ายเงินก็ต่อเมื่อมีผู้คนคลิกเว็บไซต์ของเราที่ทำการโฆษณาแล้วเท่านั้น จึงเป็นการนับการคลิกตามจริงนั่นเอง
      วิธีนี้ มีค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียให้กับแพลทฟอร์มที่ใช้บริการ เช่น Google และ Facebook ซึ่งก็เหมาะกับการทำ Sales Content ที่ต้องการเน้นยอดขายเป็นหลัก
      อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ก็มีข้อเสียในเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่อาจจะต้องเจอเพิ่มขึ้นสำหรับคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงครับ

SEO (Search Engine Optimization)

      การทำ SEO (Search Engine Optimize) ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานของการทำตลาดบนออนไลน์ ซึ่งมีการอัพเดทเปลี่ยนวิธีการและรายละเอียดเชิงลึกมาตลอด ทำให้หลายวิธีของ SEO ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว เพราะอาจจะถูกอัลกอริทึมของ Google จับเป็น Spam แต่การทำ SEO เบื้องต้นก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ซึ่งเจ้าของเพจ หรือเจ้ากิจการสามารถทำเองได้ หรือจะใช้บริการของผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ก็ได้
      สำหรับเป้าหมายของ SEO คือ การใช้เทคนิคของการทำ Content เพื่อดันให้เว็บไซต์ เว็บเพจ หรือร้านค้าออนไลน์ของเราขึ้นไปอยู่บนหน้าแรกหรือในอันดับต้นๆ ของเว็บ Search engine ซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสและดึงผู้คนให้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น สำหรับหัวใจสำคัญคือ ต้องใช้การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่ตรงกับการค้นหา หรือกลุ่มเป้าหมาย ไปจนถึงการผลิตเนื้อหาที่ดี พาดหัวที่ดึงดูด ภาพประกอบที่เพิ่มความน่าสนใจ ทั้งหมดนี้มีส่วนกระตุ้นให้อัลกอริทึม Search Engine วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลบ่อย และช่วยให้เว็บติดอันดับแรกๆ ได้มากขึ้น
      วิธีการนี้ก็มีข้อด้อย เพราะการทำ SEO บางวิธีก็ถูกอัลกอริทึมของแพลทฟอร์มสำคัญ ๆ เช่น Google ปรับเปลี่ยนข้อกำหนดอยู่เรื่อย ๆ ที่สำคัญคือ ไม่สามารถหวังผลระยะสั้นได้ และบางครั้งอาจจะเห็นผลในระยะยาว เช่น 3-6 เดือนขึ้นไป
      ที่จริงแล้ว ทั้งสองวิธีการนี้แม้จะมีรูปแบบต่างกัน แต่ก็มีเป้าหมายสำคัญที่คล้ายกัน คือ ต้องการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้นๆ หรือหน้าแรกในเว็บ Search engine เมื่อลูกค้าได้ทำการค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ดที่เราได้กำหนดไว้นั่นเอง ซึ่งหากให้เราแนะนำ เราสามารถทำทั้งสองวิธีการควบคู่กันไป ก็สามารถได้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดออนไลน์และโซเชียลมีเดียเวลานี้

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

เมื่อผู้ใช้ 300 ล้านคน ใช้งาน Facebook Stories ประจำทุกวัน

ผู้ใช้ 300 ล้านคน ใช้งาน Facebook Stories

      เมื่อคนมากกว่า 300 ล้านคน ใช้งาน Facebook Stories และ Messenger Stories เป็นประจำทุกวัน ซึ่งทาง ตั้งหลักออนไลน์ เห็นว่าข้อมูลนี้น่าจะเป็นประโยชน์ ทั้งในแง่ของการปั้น Content บนเพจ Facebook รวมถึงการวางแผนการตลาดบนโลกออนไลน์ด้วยครับ

การใช้งาน FB Stories

      มีข้อมูล อ้างอิงบทความจาก buffer.com เกี่ยวกับการสำรวจและวิเคราะห์ทางการตลาดบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงการทำสถิติที่น่าสนใจที่ชี้ว่า ปัจจุบัน คนมากกว่า 300 ล้านคน ใช้งาน Facebook Stories และ Messenger Stories เป็นประจำทุกวัน
      ตั้งแต่ Snapchat เริ่มเปิดตัวรูปแบบของ Stories Format มาตั้งแต่ปี 2013 มันก็กลายเป็นอีกพื้นที่และฐานที่มั่นสำคัญของโซเชียลอีกช่องทางหนึ่ง หลังจากนั้น Facebook ก็เริ่มเปิดตัว Format นี้ในปี 2016 พร้อมกับทาง IG Stories ซึ่งต่อมาก็เริ่มมีการอัพเดทตามมากับแพลทฟอร์มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น WhatApp และ FB Messanger
      ซึ่งรูปแบบของ Facebook Stories ก็ยังคงมีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลจากทาง Facebook IQ พบว่าผู้ใช้งาน FB ราว 68% ใช้งานในส่วนนี้อย่างน้อย 3 Stories กับ 3 แอพฯ และ 63% วางแผนจะใช้งานต่อไปในอนาคตด้วย

พลังของ FB Stories Ads

      มีงานสำรวจของ Ipsos ที่ค้นพบว่า กว่า 62% ของผู้ใช้งานได้ให้ทัศนะว่า พวกเขากำลังมีความสนใจอย่างมากในการเอาแบรนด์หรือสินค้าขึ้นมาทดลองตลาดด้วยการใช้ FB Stories Ads ซึ่งมันสามารถกลายเป็นพลังของการกระจายทางโซเชียลมีเดียแบบ ปากต่อปาก (Words of Mouth) ได้อย่างคาดไม่ถึง ซึ่งมากกว่า 38% ของผู้ใช้ สามารถมองเห็นได้ว่า เพจนั้นกำลังต้องการนำเสนออะไร และรู้สึกดึงดูดใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่ตรงกับความสนใจของตนเอง

ฟีเจอร์การแชร์อีเว้นท์

      อีกหนึ่งรูปแบบที่จะเป็นประโยชน์มาก ก็คือการที่ FB เพิ่มฟีเจอร์สำหรับการแชร์อีเว้นต์ของกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ใน FB โดยแชร์ผ่านทาง Stories ได้อีกช่องทางหนึ่ง
ซึ่งข้อดีคือ ผู้ใช้งานคนอื่นที่เลื่อน Stories แล้วได้มาเห็นอีเว้นต์ที่เอาขึ้นแล้ว ถ้ารู้สึกสนใจ ก็สามารถที่จะก็คลิกเพื่อเข้าร่วมอีเว้นต์นั้นได้เลย
      ดังนั้นตอนนี้ถ้าใครต้องการสร้างอีเว้นต์ หรือ กระจายข่าวสารออกไป ไปจนถึงการทำตลาด ก็สามารถใช้ช่องทางนี้เพิ่มได้ครับ

      จากการสำรวจ ยังพบว่าบริษัทหลายแห่งเริ่มที่จะใช้งานฟีเจอร์ส่วนนี้ในการทำการตลาดมากขึ้น ทั้ง FB และ IG ที่สำคัญคือ ยังมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก เรียกว่า ใครทำก่อน ก็ได้ก่อนครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

>