อาลีบาบา ปลอดภาษีสำหรับอีคอมเมิร์ซ ศูนย์กระจายสินค้าใน EEC

อาลีบาบา ปลอดภาษีสำหรับอีคอมเมิร์ซ 

      เวลานี้กำลังเป็นประเด็นร้อนในแทบทุกวงการธุรกิจ ตั้งหลักออนไลน์ ก็เป็นอีกเพจหนึ่งที่อยากจะอัพเดทในเรื่องนี้เช่นกัน เพราะสำหรับแทบจะทุกธุรกิจและทุกภาคส่วนในเมืองไทยจะได้รับผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นี่จึงเป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมรับรับมือครับ

      หลังจากมีข่าวว่า บอร์ด EEC ได้ไฟเขียว อนุมัติให้ เครือ อาลีบาบา (Alibaba) เข้ามาลงทุนในเขตปลอดภาษีอีคอมเมิร์ซ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือพื้นที่ EEC ก็เชื่อว่าหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ เอกชน และพ่อค้าปลีกรายย่อย ต่างก็จับตามองกันว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง หลายกิจการอาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจหรือเปลี่ยนประเภทธุรกิจไปเลย หากจะอยู่ให้ได้ในยุคต่อจากนี้
      ก่อนอื่นมาดูกันว่า สิ่งที่เครือบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง อาลีบาบา เข้ามาลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้าในไทยครั้งนี้ จะมีผลยังไงบ้าง 

การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

      เนื่องจากในปัจจุบัน อาลีบาบา ซึ่งก่อตั้งโดย แจ็ก หม่า ถือว่าเป็นเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนและเป็นผู้นำอันดับหนึ่งทางด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเวลานี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า อีคอมเมิร์ซกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน และรูปแบบการบริโภค นี่จึงเป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วง ขาขึ้น
      ซึ่งทางอาลีบาบา กะะเข้ามาลงทุนในไทยมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทในการตั้งศูนย์กระจายสินค้าสำหรับเขตปลอดภาษีอีคอมเมิร์ซ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือพื้นที่ EEC โดยเริ่มส่งมอบพื้นที่เฟสแรกกว่า 1.3 แสน ตร.ม. ในปลายปีนี้ 

      สำหรับการตั้งศูนย์กระจายสินค้า บนพื้นที่ EEC จะครอบคลุมเนื้อที่ 232 ไร่ บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 ถนนบางนา – ตราด อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัทดับบลิวเอชเอเวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด มีการแบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ ได้แก่

  • ศูนย์กระจายสินค้า (A) เนื้อที่ 77,112 ตารางเมตร
  • ศูนย์กระจายสินค้า (B) เนื้อที่ 36,000 ตารางเมตร
  • ศูนย์กระจายสินค้า (C) เนื้อที่ 36,000 ตารางเมตร
  • เขตปลอดอากร (D) เนื้อที่ 40,000 ตารางเมตร

      แล้วก็จะมีพื้นที่สำนักงานสำหรับผู้ประกอบการวิจัยและพัฒนา และ สำนักงานศุลกากร 5,187 ตารางเมตร ซึ่งพร้อมจะกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ

การจ้างงานที่จะเพิ่มขึ้น

      สำหรับการเข้ามาครั้งนี้ของอาลีบาบา จะส่งผลต่อ การจ้างงานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC และรวมถึงบริการขนส่งสินค้าที่จะกระจายตัวไปทั่วประเทศ เนื่องจาก หลายภาคส่วนมีความจำเป็นต้องใช้บุคลากรและแรงงานเพื่อดำเนินการในด้านต่าง ๆ อาทิ การคุมดูแลเครื่องจักร การบริหารจัดการ บริการขนส่งสินค้า ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดสรรแรงงานในส่วนเหล่านี้เพิ่มขึ้นอีกในช่วงแรกอย่างน้อย 10,000 อัตราขึ้นไป เพราะเป็นงานประเภทที่ยังต้องพึ่งแรงงานมนุษย์อยู่ โดยในส่วนนี้ทางเครืออาลีบาบาจะขอให้รัฐบาลไทยช่วยจัดสรรหาแรงงานให้ด้วย
      ดังนั้น ในส่วนของการจ้างงาน นับว่าเป็นโอกาสสำคัญสำหรับคนที่กำลังมองและค้นหางานในภาคส่วนอุตสาหกรรม การผลิต การเงิน และในส่วนอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง
      แต่ผลกระทบในทางลบ ที่จะเกิดกับในส่วนของ Distributor ก็คือ สงครามราคา อันเนื่องจากราคาสินค้าที่จะถูกลง ในหลายประเภทนั่นเอง เนื่องจากโดยปกติ สินค้าหลายชนิดที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศจีนจะต้องเสียภาษีศุลกากร ก่อนที่จะมีการนำมาจำหน่ายภายในประเทศ ดังนั้นราคาสินค้าส่วนหนึ่งจะต้องเพิ่มขึ้นจากการเสียภาษี รวมถึงค่าขนส่ง แต่เมื่อมีการเข้ามาของศูนย์กระจายสินค้าจากอาลีบาบาในเขตปลอดภาษีนำเข้า ก็ทำให้การนำเข้ามามีมูลค่าถูกลงไปด้วย หลังจากรวมต้นทุนกับค่าขนส่งแล้ว
      อีกส่วนหนึ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ก็จะส่งผลในระยะยาวด้วยครับ ซึ่งหากใครไม่เข้ามาในช่องทางนี้ก็จะเป็นการเสียโอกาส และตกขบวนไปเลย

      สรุป ในภาพรวมแล้ว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมีความตื่นตัวในเรื่องนี้ เพราะยังไงก็ตาม อีคอมเมิร์ซ มาแน่นอนครับ

===============================================

สามารถติดตามเรา PSO ( Passive Selling Online ) ได้หลายช่องทางดังนี้

Facebook Page: passivesellingonline

LINE: @psocourse (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย @ ด้วยนะครับ)

>